ครูตามหามา 2 ปี เด็ก 12 ขาดเรียนไปเป็น “เงาะป่า” หาเงิน

ครูตามหามา 2 ปี นักเรียนชาย ป.5 ไม่ไปโรงเรียน มาเจออีกทีกลายเป็น “เงาะป่า” คนดังในติ๊กต่อก ออกขอเงินจากคนเดินตลาด ครูต้องอ้อนวอนแม่ให้ยอมพาลูกกลับไปเรียน
(27 ก.ค. 67) ผู้สื่อข่าว จ.ร้อยเอ็ด รายงานเรื่องราวของคณะครูโรงเรียนบ้านอ้นวิทยาประชาสรรค์ อ.จตุรพักตรพิมาน ที่ติดตามหาลูกศิษย์ชายคนหนึ่งที่ขาดเรียนไปตั้งแต่ตอนที่เด็กชายยังเรียนอยู่ชั้น ป.5 แต่ก็หาตัวไม่พบ เพราะครอบครัวของเด็กนั้นย้ายออกจากบ้านเดิม และไม่มีใครทราบว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน
จนกระทั่งผ่านไป 2 ปี มีคนโพสต์คลิปเด็กชาย แต่งตัวเป็นตัวละคร “เงาะป่า” ออกขอเงินคนตามตลาดและงานบุญ งานประจำปีต่างๆ โดยอ้างว่าเอาเงินที่ได้ไปเรียนทุนการศึกษา จนโด่งดังในแพลตฟอร์ม TikTok คุณครูเห็นเขาจึงจำได้ว่าเป็นนักเรียนชายที่ทางโรงเรียนตามหาอยู่ จึงติดตามจนได้พบกัน

คุณครูติดตามจนทราบว่าเด็กชายคนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอายุได้ 12 ขวบแล้ว ย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่โรงเรียนบ้านเหล่าจั่นหนองทุ่ม”บ้านเหล่าจั่น ม.9 ต.ดงแดง อ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด เมื่อไปที่บ้านก็พบทั้งครอบครัวหยุดพักผ่อน อยู่กับบ้านพัก แม่ก็ซ้อมร้องเพลงอยู่บ้าน เพื่อเตรียมออกไปเร่ร้องเพลงหารายได้ อยู่ภายในบ้าน
ซึ่งเมื่อพบคณะครู นางอุบล อายุ 43 ปี แม่ของน้องเงาะป่า ก็แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวด่าทอขึ้นมาด้วยความไม่พอใจหาว่าทุกคนที่เป็นส่วนราชการเข้าไปก้าวก่ายชีวิต และออกมาปากด่าว่าส่วนราชการเป็นสัตว์นรกที่มาพรากลูกไปจากครอบครัว จนต้องทำความเข้าใจว่าคณะครูไมเกี่ยวกับส่วนราชการที่จะมารับลูกเขาไปสงเคราะห์ แต่มาเพื่อทำตามหน้าที่ครู ที่จะต้องนำเด็กเข้าสู่กระบวนการศึกษาจนจบภาคบังคับตาม พ.ร.บ.การศึกษาของรัฐ ซึ่งหากผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามก็จะเป็นความผิด จึงได้ยอมคุยด้วยและเซ็นหนังสือยินยอม ที่จะให้ลูกกลับเข้าไปเรียนหนังสือตามเดิม แล้วจะใช้วันหยุดเรียนไปหาเงินใช้ร่วมกับพ่อแม่ เหมือนเดิม
โดยคณะครูเสนอทางออกว่า หากส่งลูกกลับเข้าไปเรียนหนังสือต่อ แล้วหากเห็นว่าระยะทางการเดินทางไกลเกินไป จนกลายเป็นภาระ และค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ก็สามารถทำเรื่องย้ายมาเรียนในโรงเรียนบ้านเหล่าจั่นหนองทุ่ม ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านเช่าได้ ในเวลาต่อไป เพื่อให้ลูกได้เรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับต่อไป

ทางด้านนายสันติสุข อายุ 48 ปี พ่อของน้องเงาะป่า กล่าวว่า การออกไปหาเงินใช้ไม่ใช่การไปขอทาน แต่เป็นการแสดงวิชาชีพของการใช้ความสามารถพิเศษ ที่มีใบอนุญาตถูกต้องจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สามารถใช้ความสามารถในการหารายได้ และลูกชายที่นิ้วเท้าขาด ก็มีบัตรคนพิการ สามารถใช้หารายได้ เพื่อการยังชีพได้ตามกฎหมาย
ส่วนสาเหตุของการที่ไม่ให้ลูกไปโรงเรียน เนื่องจากครอบครัวของตนเกิดความขัดแย้งกับพี่สาวตน จนถูกไล่ออกมาจากที่ดินของพี่สาว ก็ระเหเร่ร่อนมาอยู่ที่บ้านหลังปัจจุบัน ห่างจากโรงเรียนเดิมของลูก 10 กิโลเมตร แถมรถจักรยานยนต์ก็ถูกขโมย จึงไปส่งลูกเข้าเรียนไม่ได้
ประกอบกับต้องหาเงินใช้สอยทั้งซื้อรถ จยย.คันใหม่ เพื่อใช้ไปหากินทั้งใกล้และไกล โดยพ่อพาแม่ไปร้องเพลง และให้ลูกชายที่เรียนชั้น ป.5 ที่ขาดเรียน แต่งตัวเป็นเจ้าเงาะ หาเงินแทนพ่อ เพื่อช่วยหารายได้
หลังจากได้พูดคุยตกลงและเซ็นรับหนังสือยินยอมแล้ว ก็รับปากว่าจะให้ลูกกลับไปเรียนหนังสือต่ออีกครั้ง เริ่มจากวันเปิดเรียนในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ไปก่อน แล้วจึงจะทำเรื่องย้ายมาเรียนที่โรงเรียน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเช่า เพื่อความสะดวกในการไปเรียนหนังสือต่อไป




