เอาพ่อแม่มาอยู่บ้านในกรุงเทพ​ไม่ถึงปี​​ เบื่อหน่ายพ่อแม่​ บ้านรกไม่อยากกลับบ้าน​ ช่วยผมจัดการกับความรู้สึกแบบนี้ด้วย

ข่าวเวิร์คพอยท์
เอาพ่อแม่มาอยู่บ้านในกรุงเทพ​ไม่ถึงปี​​ เบื่อหน่ายพ่อแม่​ บ้านรกไม่อยากกลับบ้าน​ ช่วยผมจัดการกับความรู้สึกแบบนี้ด้วย

หนุ่มระบายเอาพ่อแม่มาอยู่บ้านในกรุงเทพ​ไม่ถึงปี​​ เบื่อหน่ายพ่อแม่​ บ้านรกไม่อยากกลับบ้าน​ ช่วยผมจัดการกับความรู้สึกแบบนี้ด้วย

(30 ต.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก กระทู้เด็ดพันทิป โพสต์กระทู้ของหนุ่มคนหนึ่งระบายหลังเอาพ่อแม่มาอยู่บ้านในกรุงเทพ​ไม่ถึงปี​​ เบื่อหน่ายพ่อแม่​ บ้านรกไม่อยากกลับบ้าน​ ช่วยผมจัดการกับความรู้สึกแบบนี้ด้วยครับ โดยระบุข้อความว่า เอาพ่อแม่มาอยู่บ้านในกรุงเทพ​ไม่ถึงปี​ ตอนนี้รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งเนื่องจากบ้านรก​ เบื่อหน่ายพฤติกรรมพ่อแม่​ ไม่อยากกลับไปอยู่บ้าน​ ช่วยผมจัดการกับความรู้สึกแบบนี้หน่อยครับ​

พ่อแม่อายุ​ 70+ ครับ​ เดิมอยู่บ้านต่างจังหวัด​ บ้านเดิมไม่ได้มีประตูกระจก​ ข้าวของเยอะ​ รก​ ระเกะระกะ​ มีหนูมียุง​ กลางคืนต้องกางมุ้งนอน​ มุ้งก็สะสมฝุ่น

ปีที่ผ่านมาการงานผมเริ่มอยู่ตัว​ เลยซื้อทาวน์โฮมหลังนึง​ ให้พ่อแม่มาอยู่​ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่​ ตกแต่งเป็น​ cozy แบบที่ผมชอบ​ ตั้งใจให้เป็นบ้านที่ไม่รก​ สะอาด​ มีสุขอนามัยที่ดี​ เห็นแล้วสบายตาสบายใจ

ของบางส่วนจากบ้านต่างจังหวัด​ ผมเอาใส่กล่องใส่ลังพลาสติกมา​ ตอนนั้นเพื่อง่ายต่อการขนย้าย​ ของไม่แตก​ ปัจจุบันแม่ผมหวงกล่องหวงลังพวกนี้มาก​ แม่เสียดายของ​ จะทิ้งก็ไม่ได้​ ต้องทะเลาะกันกับผม

ยกตัวอย่างเช่น​ เอาลังพลาสติกมาใส่เสื้อผ้า​ แล้ววางไว้ข้างๆเตียงนอน​ เนื่องจากจะได้ "สะดวก" หยิบ​ ทั้งๆที่ผมมีตู้เสื้อผ้าให้

โซฟา​ห้องนั่งเล่น​ เอาไม้แขวนเสื้อวางเอาไว้​ เพราะ "สะดวก" เวลาเอาผ้าจากเครื่องซักผ้ามาใส่ไม้แขวนตากหน้าบ้าน​ แล้วบนโซฟาก็มีถุงพลาสติกใส่ผ้าขี้ริ้วที่แม่ผมแยกไว้สำหรับถูบ้านชั้น​ 2 ผมถามว่าทำไมเอามาไว้ตรงนี้​ แม่ผมบอก​ "สะดวก" จะได้ถือเดินขึ้นบันได​ใกล้ๆ

ข้างโซฟามีกล่องพลาสติก​ ที่แม่ผมเอาถุงพลาสติกขยำ​ๆ แล้วยัดลงไป​จะเก็บไว้ใช้เป็นถุงขยะ

โต๊ะกินข้าวครึ่งนึงเอาผ้าเช็ดชามมาปู​ เอาหม้อหุงข้าว​ จานชามแก้วคว่ำไว้​ ทั้งๆที่ตรงซิ้งค์ล้างจานก็มีที่คว่ำจาน​ ยังไม่รวมที่ชอบซื้อเครื่องปรุงขวดใหญ่สุดที่มีขาย น้ำปลา​ แม๊กกี้​ ซิอิ๊วขาว​ น้ำจิ้มไก่​ น้ำจิ้มสุกี้​ฯลฯ​ แล้ววางบนโต๊ะกินข้าว​ ผมบอกว่าทำไมถึงไม่เอาไปว่างบนชั้นเครื่องปรุง​ แม่ผมบอกไม่สะดวกใช้​ ทีนี้จะทานข้าวทีต้องคอยเขยิบของ​ ไม่มีที่วางกับข้าว​ ทั้งๆที่โต๊ะทานข้าวก็ใหญ่​ เก้าอี้ทานข้าวก็สรรหาของไปวาง​ ผนักพิงเก้าอี้ก็เอาผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะเช็ดชามสีเขียวสีชมพูไปพาดเอาไว้​

อาบน้ำไม่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัว​ ใช้วิธีทาแป้งเพื่อให้ตัวแห้ง​ หน้าห้องน้ำเต็มไปด้วยฝุ่นแป้ง

ผ้าปูที่นอนผมซื้ออย่างดีให้​ ชุดละห้าหกพัน​ ตอนซื้อก็เลือกเป็นสีขาวลาย​ grid พ่อผมเป็นคนตระหนี่​ เวลาบ้านร้อนไม่ยอมเปิดแอร์​ และมีความเชื่อว่าการเปิดพักลมทำให้ไอ​ ที่นี้ผ้าปูสีขาวพอเลอะเหงื่อก็กลายเป็นสีเหลือง​ ผมกลับไปบ้านเห็นก็หงุดหงิด​ ก็บอกพ่อแม่ว่าผ้าปูควรซักอาทิตย์ละครั้งหรือจะสองอาทิตย์ครั้งก็ได้​ แต่ถ้าเหลืองขนาดนี้ควรเอาไปซัก​ ต่อมาแม่ผมแก้ปัญหาด้วยการเอาผ้าสีเขียวไปคลุมที่นอน​ แล้วนอนแบบนั้นกลัวผ้าปูเลอะ​ เอาผ้าถุงไปห่อผ้าห่มไว้

แล้วก็แม่ผมชอบถูบ้าน​ ถูวันละ2ครั้งเช้าเย็น​ เน้นรูทีนไม่เน้นสะอาด​เพราะของก็ว่างระเกะระกะบนพื้นอยู่ดี ไม่ทราบว่าคือ​ OCD หรือเปล่าครับ

และอีกหลายอย่างครับ​ ทำให้บ้านไม่​ cozy anymore

ตอนนี้ผมเหนื่อย​ แล้วก็หน่ายครับบ

เคยลองพูดดีๆและเสนอว่าควรเก็บของให้เป็นที่วางของในที่เหมาะสมแล้วแต่ไม่เป็นผล

เคยพูดถึงขั้นว่าพ่อแม่ไม่ได้พิการทุพลภาพ​ ทำไมต้องสุมของทุกอย่างไว้รอบเตียงนอนขนาดนั้น​ ทำไมต้องสะดวกใช้ขนาดนั้น​ ก็ไม่เป็นผล

ผมจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงครับ​ ช่วยด้วย​ รู้สึกผิดถ้าต้องทะเลาะกับพ่อแม่​ แต่ไม่ชอบอย่างมากที่ข้าวของไม่เป็นระเบียบ​ ไม่อยากกลับบ้าน​ ทุกครั้งที่เห็นสภาพบ้านในกล้องวงจรปิดก็หงุดหงิด​ เบื่อหน่าย​ ไม่อยากกลับบ้านครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง