กรมประมง โต้ยังไม่มีวิจัย "ไข่ปลาหมอคางดำ" อึดทนตากแดด 2 เดือนแล้วยังฟักเป็นตัวได้

กรมประมง โต้ยังไม่มีวิจัย "ไข่ปลาหมอคางดำ" อึดทนตากแดด 2 เดือนแล้วยังฟักเป็นตัวได้ ด้านดร.เจษฎา ยันอีกเสียง
(24 ก.ค. 67) นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยของสังคม เรื่อง ไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมนอกปากปลาหมอคางดำได้ถึง 2 เดือน และยังฟักเป็นตัวได้ ว่า จากหลักวิชาการด้านประมง พบว่า พฤติกรรมของปลาหมอคางดำเป็นปลาที่พ่อปลาอมไข่ไว้ในปาก เพื่อฟักไข่ในปากไข่ปลาต้องได้รับความชุ่มชื้นและออกซิเจนอย่างเพียงพอ จึงจะเป็นสภาพที่พร้อมในการฟักลูกปลา
ดังนั้น ไข่ปลาหมอคางดำจึงไม่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ หากนำไข่ปลาหมอคางดำขึ้นมาจากน้ำแล้วทิ้งไว้จนแห้งจะกลายเป็นไข่เสียทันที ไม่สามารถฟักเป็นตัวได้อีก
และในปัจจุบันยังไม่พบรายงานวิจัยว่าไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนอยู่ในสภาพแห้งแล้ง ได้ถึง 2 เดือน แล้วกลับมาฟักเป็นตัวได้อีกอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำปลาหมอคางดำขึ้นจากน้ำแล้ว ไข่ปลาที่อยู่ในปากของพ่อปลาที่ตายแล้ว จะสามารถทนอยู่ได้ในปากประมาณ 10 - 15 นาที และไข่ที่ออกจากปากปลาสามารถอยู่ในน้ำที่ไม่มีออกซิเจนได้นานถึง 1 ชั่วโมง ในกรณีไข่ปลาหมอที่ตกค้างบริเวณพื้นบ่อที่ตากไว้ และโรยปูนขาวแล้ว ไข่ปลาหมอไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ สำหรับไข่ปลาที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งพบได้ในปลาบางชนิด
เช่น ปลาคิลลี่ (Killifish) ที่เป็นปลาขนาดเล็ก มีวงจรชีวิตสั้น ซึ่งตามสัญชาตญาณเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ ทำให้ไข่ปลาชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ โดยในฤดูที่แห้งแล้งปลาคิลลี่จะวางไข่ไว้บนพื้นดิน และเมื่อได้รับน้ำในฤดูฝนก็จะสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับปลาหมอคางดำ
นอกจากนี้ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า..."ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ว่า "ไข่ปลาหมอคางดำ ตากแดด 2 เดือน ยังฟักเป็นตัวได้" นะครับ
โดยสรุป ในขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า "ไข่ปลาหมอคางดำ สามารถทนทาน ตากแดดนาน 2 เดือนแล้วฟักใหม่ได้เมื่อมีน้ำ" อย่างที่กล่าวอ้างกัน และในทางทฤษฎีแล้ว ก็ไม่น่าเป็นไปได้ด้วย .. แต่กรมประมง ควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มให้ชัดเจน จะได้กำหนดแนวทางในการรับมือได้อย่างถูกต้องครับ
เป็นประเด็นใหม่ให้น่าวิตกกังวลเพิ่มขึ้นไปอีก กับกรณีของ "ปลาหมอคางดำ " เอเลี่ยนสปีชีส์ที่ระบาด รุกรานระบบนิเวศ แพร่กระจายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย .. ที่นอกจากมันจะทนทานต่อสภาพแวดล้อม อยู่ได้ทั้งน้ำจืด-น้ำกร่อย-น้ำเค็ม หรือน้ำอุณหภูมิค่อยข้างสูง ..
ล่าสุด ยังมีข่าวเกษตรกร รายงานว่า ไข่ปลาหมอคางดำ ที่ตากแดดอยู่ 2 เดือน แต่กลับฟักเป็นตัวได้ !?
ซึ่งต้องบอกว่า ใจเย็นๆ กันก่อนครับ อย่าพึ่งตกใจเกิน ... ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการว่าไข่ปลาหมอคางดำจะทนความแห้งแล้งได้ขนาดนั้น !
ข่าวนี้ยังเป็นแค่เรื่องเล่าจากเกษตรกร ซึ่งอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เข้าใจผิดได้ และยังต้องการงานวิจัยจากกรมประมง ที่มีการ "ควบคุมปัจจัย" ต่างๆ มายืนยัน
- ตามรายงานข่าว ระบุว่า "เกษตรกรรายหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า ตนเคยสู้กับปลาหมอคางดำมานาน ตอนนั้น ตนคิดจะพัฒนาบ่อให้เป็นเชิงพาณิชย์ มีการจัดระบบกรองน้ำเข้า โดยการจับปลาจากบ่อขึ้นให้หมด ตากบ่อ นานกว่า 2 เดือน จนดินแห้งแตกระแหงเป็นฝุ่น แล้วก็นำรถแบ็คโฮ เข้าไปดันบ่อปรับพื้นแต่งบ่อใหม่ทั้งหมด และตากบ่อต่ออีก คิดว่าจะฆ่าปลาหมอคางดำให้หมด แต่เมื่อมีฝนตกลงมา ตนก็ได้เห็นว่ามีอะไรบางอย่างดำผุดในน้ำ ตอนแรกคิดว่าเป็นลูกอ๊อด จึงเข้าไปดู พบว่าเป็นลูกปลาหมอคางดำ จากการวิเคราะห์ จึงสรุปว่าปลาหมอคางดำมันคายไข่ทิ้งไว้ในบ่อ มันทนมาก ทนแดด พอมีน้ำเข้ามามันก็ฟักเป็นตัว กลับมาอีก"
- ซึ่งถ้าเป็นจริงเป๊ะๆ ตามเรื่องเล่า ก็น่าเป็นห่วงครับ ที่การตากบ่อให้แห้ง ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่แนะนำให้ทำกัน กลับทำลายไข่ปลาหมอคางดำไม่ได้ ...
- แต่เราก็ควรเผื่อใจไว้ว่า นี่เป็นเพียงแค่ "เรื่องเล่า" จากเกษตรกรรายนั้นเท่านั้น ไม่ได้มีการวิจัยหรือรายงานทางวิชาการรองรับเลย
-ถ้าความจริงแล้ว มีการเปิดน้ำจากแหล่งน้ำภายนอก เข้าไปเติมในบ่อ (ไม่ใช่แค่น้ำฝนอย่างเดียว) ก็เป็นไปได้มาก ที่จะมีลูกปลา หรือไข่ปลา ปนเข้าไปด้วยโดยไม่รู้ตัว (แต่ปรกติแล้ว ไข่ปลาจะถูกพ่อปลาอมเลี้ยงไว้ในปาก มากกว่าจะลอยไปตามน้ำ)
- นอกจากนี้ จากคำให้สัมภาษณ์ของนักวิชาการ 2 ท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ! และยังต้องมีการวิจัยเพิ่ม เพื่อหาหลักฐานยืนยัน
- ดร. ชวลิต วิทยานนท์ นักวิชาการอิสระด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาคนหนึ่งของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ PPTV ไว้ว่า จริงๆแล้ว ปลาหมอคางดำ อยู่ในตระกูลปลานิล ซึ่งปลาในตระกูลนี้จะอมไข่ไว้ในปาก ที่มีความชื้นหรือเปียก ต้องมีออกซิเจนตลอดเวลา หากไข่ปลาถูกกักในบ่อแห้งและเจอแดดแรงๆ ตามที่ปรากฏในข่าว หรือแค่เอาขึ้นมาวางบนโต๊ะ เอาจริงๆ มันน่าจะอยู่รอดได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แม้แต่ตัวลูกปลาก็ตาม .. ดังนั้นที่แชร์กันว่า ไข่ปลาหมอคางดำอึดทนถึง 2 เดือน แล้วต่อได้เนี่ย ในมุมมองของอาจารย์ คิดว่าไม่เป็นความจริง !
- ดร. สรวิศ เผ่าทองศุข นักวิจัยอาวุโสด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ของศูนย์ไบโอเทค สวทช. ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส โดยคิดทำนองเดียวกันว่า โอกาสที่ไข่ปลาฝังในดินแล้วโตขึ้นมาใหม่ ยังไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเพราะยังไม่มีใครศึกษา โดยทั่วไป ปลาที่อมไข่แบบนี้ก็จะดูแลลูกปลาไว้ในปากมัน ซึ่งก็อาจจะตั้งเป็นประเด็นให้กรมประมงไปทำการศึกษา เนื่องจากปลาหมอคางดำเป็นปลาต้องห้าม หน่วยงานอื่นจะเลี้ยงหรือศึกษาไม่ได้ กรมประมงต้องเป็นผู้ศึกษาเชิงลึก เพราะในเชิงวิทยาศาสตร์ ยังไม่สามารถฟันธงทิ้งได้
- จึงเป็นเรื่องที่ต้องฝาก "กรมประมง" ในการทำความจริงให้กระจ่างครับ เพราะในธรรมชาติ มันก็มีปลาบางชนิด ที่ไข่ของมันมีสารเคลือบพิเศษ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในดินโคลนของบ่อที่แห้งแล้ว และเมื่อมีน้ำเข้าไปในบ่อ ลูกปลาก็ยังสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ (ตัวอย่างเช่น ปลา คิลลี่ฟิช (Killifish) แต่เป็นปลาคนละกลุ่มกับปลาหมอคางดำนะ พวกนี้จะใกล้เคียงกับปลาหัวตะกั่ว ของไทย หน้าตาจะคล้ายๆ ปลาหางนกยูง) / กลุ่มปลาหมอ ปลานิล ก็เป็นปลาที่ทนทานกับความแห้งแล้ง น้ำน้อย บางชนิดก็สามารถจะแถกเหงือกไปตามพื้นดินได้ เพื่อย้ายไปแหล่งน้ำใหม่ ได้นานหลายชั่วโมง .. จึงน่าคิดว่า ถ้ามันถูกฝังไว้ใต้ดินที่ยังมีความชื้นอยู่ จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ เป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ?
โดยสรุป ในขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า "ไข่ปลาหมอคางดำ สามารถทนทาน ตากแดดนาน 2 เดือนแล้วฟักใหม่ได้เมื่อมีน้ำ" อย่างที่กล่าวอ้างกัน และในทางทฤษฎีแล้ว ก็ไม่น่าเป็นไปได้ด้วย .. แต่กรมประมง ควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มให้ชัดเจน จะได้กำหนดแนวทางในการรับมือได้อย่างถูกต้องครับ




