อาคารโรงเรียนเก่าอายุ 60 ปี โดนพายุซัดพังถล่ม ของบซ่อมแต่ไม่ผ่านเพราะนร.ไม่ถึงเกณฑ์

ข่าวเวิร์คพอยท์
อาคารโรงเรียนเก่าอายุ 60 ปี โดนพายุซัดพังถล่ม ของบซ่อมแต่ไม่ผ่านเพราะนร.ไม่ถึงเกณฑ์

อาคารโรงเรียนเก่าอายุ 60 ปี โดนพายุซัดพังถล่ม นร.อนุบาลไร้ห้องเรียน ของบซ่อมแซมแต่ไม่ผ่านเพราะรร.มีเด็กไม่ถึง 60 คน ภาคเอกชนเห็นแล้วทนไม่ได้ช่วยกันระดมทุนซ่อม

(23พ.ย.66) กรณีโลกโซเชียลมีการโพสต์ภาพซากปรักหักพังอาคารเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับตั้งคำถาม 3 ข้อ 1.โรงเรียนชื่ออะไร 2.โรงเรียนแห่งนี้มีอายุครบกี่ปี 3.หลักเกณฑ์ของทางราชการสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติกำหนดยอดนักเรียนแต่ละโรงเรียนอย่างน้อยกี่คน จึงได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุดทรุด หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก  

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ โรงเรียนบ้านหนองบัว อยู่ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 (สปพ.นศ.3) ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าแก่อายุ 60 ปี พบอาคารที่พังถล่มมี 3 ห้องเรียน แต่ละห้องมีสภาพคานไม้โครงหลังคาชำรุดหักพังครืนลงมาทั้งอาคาร เหตุเกิดตั้งแต่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังโดนพายุถล่มประกอบกับปลวกกินเกือบทั้งหมดจึงทำให้พังถล่มลงมา ทำให้เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 – 2 รวม 13 คน ไม่มีห้องเรียน เคราะห์ดีเหตุเกิดวันเสาร์จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุ นางสุภาพร อุทยานรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น เพื่อขออนุมิงบซ่อมแซม แต่เสนอของบไป 2 ครั้ง แต่ไม่ผ่าน เนื่องจากจำนวนนักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ สุดท้ายต้องปิดล็อกกุญแจห้องพร้อมนำเชือกกั้นห้ามนักเรียนเข้าป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ช่วงนี้มีฝนตกลมแรง ทำให้โครงสร้างห้องเรียนทั้ง 3 ห้อง มีทีท่าว่าจะพังถล่มลงมาอีก 

นางสุภาพร เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านหนองบัว เปิดทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2506 หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้ถ่ายภาพรายงานเหตุการณ์ให้ สปพ.นศ.เขต 3 ทราบ เพื่อของบประมาณปรับปรุงซ่อมแซม จนทางผู้บริหารสำนักงานเขต ฯเข้ามาตรวจสอบ และมีการประเมินงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมประมาณ 4.9 แสนบาท  

นางสุภาพร กล่าวต่อไปว่า แต่หลังจากนั้นได้รับรายงานจากสำนักงานเขตฯ ว่า การของบประมาณฯไม่ผ่าน เนื่องจากโรงเรียนบ้านหนองบัว มีนักเรียน 54 คน ไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้ 60 คน ตนเห็นว่าเรื่องปรับปรุงซ่อมแซมอาคารดังกล่าวมีความจำเป็นเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงทำเรื่องเสนอของบประมาณไปทาง สปพ.นส.3 อีกครั้ง 

"ล่าสุดผู้บริหาร สปพ.นศ.3 แจ้งว่าเสนอเรื่องไปเบื้องบนเพื่อพิจารณาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณมาปรับปรุงซ่อมแซมหรือไม่" นางสุภาพร กล่าวว่า 

นางสุภาพร กล่าวอีกว่า อาคารเรียนดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้ ต้องย้ายนักเรียนอนุบาลจำนวน 13 คน ไปเรียนห้องสมุดเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้อาคารอื่น ๆ อีก 3 หลังของโรงเรียนก็ชำรุด ฝ้าเพดานพังถล่ม ส่วนที่เป็นไม้ถูกปลวกกัดกินจนจะพังมิพังแหล่แล้ว ทั้งนี้เพราะอาคารทุกหลังผ่านการใช้ง่ายมาหลายสิบปี วัสดุอุปกรณ์ของอาคารน่าจะหมดอายุ แม้แต่อุปกรณ์ในสนามเด็กเล่นก็เป็นสนิมพังชำรุดเกือบทั้งหมดเช่นกัน ฃ

"ตนจึงคาดหวังว่าผู้หลักผู้ใหญ่จะเมตตาจัดสรรงบประมาณลงมาปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนทั้งหมด โดยเฉพาะอาคารเรียนระดับอนุบาลที่พังถล่มเสียหายทั้งหลัง" นางสุภาพร กล่าว

นางสุภาพร กล่าวต่อไปอีกว่า ส่วนบุคลากรของโรงเรียนในปัจจุบันมี 9 คน เป็นข้าราชการ และพนักงานราชการ จำนวน 5 คน นักการภารโรง ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำ 1 คน ส่วนอีก 3 คน เป็นครูจ้าง ซึ่งโรงเรียนหารายได้จ่ายค่าตอบแทนให้ครูเดือนละเกือบ 20,000 บาท 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากเรื่องโรงเรียนบ้านหนองบัว ถูกเปิดเผยได้รับความสนใจจากนักธุรกิจภาคเอกชนหลายรายที่จะช่วยสนับสนุนการปรับปรุงอาคารเรียนที่พังถล่ม และพัฒนาโรงเรียน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง