"นายณัฐพงษ์" ย้ำชัด ปชน.จะโหวตให้ "อนุทิน" นั่งนายกฯ ไม่มีฟรีโหวต - ไม่มีเสียงแตกแน่นอน

"นายณัฐพงษ์" ย้ำชัด ปชน.จะโหวตให้ "อนุทิน" นั่งนายกฯ ไม่มีเสียงแตกแน่นอน ซัด! เพื่อไทยไม่จริงใจ สร้างกระแสชิงความได้เปรียบทางการเมืองเท่านั้น
(4 ก.ย.68) ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงและให้สัมภาษณ์ ถึงท่าทีในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาชนวันพรุ่งนี้ โดยระบุว่า กระบวนการในการตัดสินใจของพรรคฯ ได้สิ้นสุดตั้งแต่ตอนที่ กก.บห.ได้แถลงข่าวแล้ว และได้มีการเซ็นข้อตกลงร่วมกับทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคฯ ไม่ได้มีการพูดถึงการเปิดให้ฟรีโหวตแต่อย่างใด และพรรคฯจะไม่มีการทบทวนมติด้วย
ตนเชื่อมั่นต่อเพื่อนร่วมพรรคทุกคน ว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามมติพรรค ส่วนของความอึดอัดใจ เชื่อว่า ทุกคนก็จะมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งผ่านกระบวนการในการถกเถียงแลกเปลี่ยนมาหมดแล้ว จึงไม่ได้กังวลว่าจะมีกรณีที่ สส.ของพรรคประชาชน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติพรรคแต่อย่างใด
หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า พรรคฯ ทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน มติที่จะโหวตให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้น โหวตมาเพื่อเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ที่มีหน้าที่ในการยุบสภาฯ เปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้น คณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจโดยภายใต้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐบาลที่ทางพรรคประชาชนไม่ต้องไปแบกรับ แต่อย่างไรก็ตามพรรคประชาชน ยังคงทำหน้าที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ที่จะตรวจสอบอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ที่มีการให้คำมั่นสัญญาจะยุบสภาฯ ทันทีเมื่อเเคนดิเดตได้เป็นนายกฯ นั้น เป็นตัวเลือกที่ดีกว่านายอนุทินหรือไม่?
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถ้ามีการเสนอก่อนหน้านี้ ก่อนที่พรรคประชาชนจะมีมติออกไป เชื่อว่าตนและสมาชิกพรรคฯ จะรับพิจารณาเป็นปัจจัยในการชั่งน้ำหนัก ซึ่งชัดเจนว่ากระบวนการที่ผ่านมาจนวันนี้ ยังมีการให้ข่าวกลับไปกลับมาจากทางพรรคเพื่อไทยเอง โดยพรรคประชาชน พอประเมินได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความจริงจังหรือจริงใจ ที่จะบรรลุข้อตกลงกับพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น เพียงแต่ต้องการปล่อยข่าว เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองมากกว่า ดังนั้น จึงไม่สามารถที่จะเชื่อคำพูดต่อไปกลับมาแบบนี้ได้
เมื่อถามว่า มีข้อครหาว่าพรรคภูมิใจไทย มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและทำนิติสงคราม?
หัวหน้าพรรคประชาชน กว่าว่า พร้อมรับฟังอย่างรอบด้านและพิสูจน์ตัวเอง หลังจากได้ผ่านการทำหน้าที่ทุกอย่าง และยืนยันว่า ตนและพรรคประชาชน จำเป็นต้องทำคือความหนักแน่นต่อการตัดสินใจของพรรค ที่ไม่ได้เพิ่งคิดหรือตัดสินใจและขบคิดมาตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว และมีการประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ชั่งน้ำหนักไตร่ตรองทุกด้านมาตลอด จนเป็นมติของพรรค ที่เชื่อมั่นว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับนิติสงคราม

สำหรับรัฐบาลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมา เป็นหน้าที่ของฝ่ายการที่ต้องตรวจสอบเต็มที่ ไม่มีการออมมือใดๆทั้งสิ้น และยังมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านจะใช้เป็นเครื่องมืออยู่ หากนายอนุทิน มีความพยายามที่จะไม่ได้ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน หรือหากมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการสะสางคดีให้กับตัวเองและพวกพ้อง พรรคประชาชนไม่มีทางที่จะยอมรับการกระทำแบบนั้นได้ ก็จะใช้เสียงในสภาฯ ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจทันที ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า สามารถกำกับทิศทางรัฐบาลได้
"สิ่งที่สังคมต้องแยกให้ออกคือ เรื่องการใช้เสียงในสภาฯ เพื่อเดินหน้าสู่ทางออกของประเทศ กับการร่วมรัฐบาล ว่าการร่วมมือของพรรคประชาชน ไม่ใช่การร่วมรัฐบาล แต่เป็นการหาทางออกให้กับประเทศ ซึ่งพรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่" - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




