นายกฯ แจง MOU แร่หายากผ่าน ครม. ยันไทยไม่เสียเปรียบ-ไม่ใช่สัมปทาน
นายกฯ ยัน MOU 'แร่แรร์เอิร์ธ' ผ่านมติ ครม. ก่อนเซ็น ไม่ถูกสหรัฐฯ กดดัน อาจพ่วงประโยชน์การค้า-ภาษี พร้อมแจงจีน เชื่อไม่กระทบความสัมพันธ์
28 ต.ค.68 ที่ บน.6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการลงนาม MOU ไทย-สหรัฐฯ เรื่องแรร์เอิร์ธ ที่ประชาชนต้องการความชัดเจน นายกฯ บอกว่า เป็นการลงนามว่าถ้าในอนาคตเกิดไทยมีแร่อะไรขึ้นมา ถ้าสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยได้ เราก็อาจจะมีการศึกษาร่วมกัน แสวงหาความร่วมมือร่วมกันกับสหรัฐฯ ในกรณีที่เขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่า มีช่องทางตลาดที่มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเซ็นกับเขาฝ่ายเดียว หรือเราจะอยู่ภายใต้ พร้อมย้ำไม่ใช่เรื่องของการให้สัมปทาน ถึงเป็น MOU เป็นเรื่องที่ว่าถ้ามีขึ้นมาและใช้ประโยชน์ได้ หรืออาจมีการแปรรูปขึ้นมาในอนาคต ก็เปิดโอกาสให้มีการศึกษาและร่วมมือด้วยกัน ไม่ใช่การให้สัมปทานรายเดียว ไม่มีผลผูกพันใดใดๆทางกฎหมาย ณ วันนั้น หากประเทศไทยทำได้เอง มีช่องทางการตลาดเอง มีช่องทางกาานำเทคโนโลยีมาพัฒนาเอง เราก็สามารถยกเลิก MOU แล้วก็ทำเอง
เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ แต่ไม่มีการเปิดเผย ไม่มีการข่าวล่วงหน้า นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ดำเนินการผ่านการพูดคุย ทำความตกลงกันผ่านกระทรวงต่างประเทศ เขาบอกว่าถ้าเราแสดงท่าทีที่เป็นมิตร จะได้ประโยชน์ต่อการขอความร่วมมือต่างๆจากสหรัฐฯ ยิ่งตอนนี้เราก็มีหลายเรื่องที่กำลังเจรจากับเขาอยู่ ถ้าเรามีท่าทีที่เป็นมิตร และประเทศไทยก็ไม่ได้มีการเสียเปรียบอะไร ซึ่งอาจทำให้การเจรจาเรื่องการค้า เรื่องภาษี เรื่องอื่นๆ โควต้าต่างๆ อาจจะเป็นผลบวก
ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นการลักไก่ นายกฯ ย้ำว่า ไม่มีการลักไก่ ถ้าลักไก่จะไม่มีการผ่านมติคณะรัฐมนตรี พร้อมยืนยันไม่มีการกดดันใดๆ จากสหรัฐฯ
ส่วนจะกระทบกับการรักษาบาลานซ์ชาติมหาอำนาจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร กับทางจีนก็ต้องอธิบายให้เขาฟัง
ส่วนที่สื่อบางสำนักพูดกันว่าเซ็นรอบนี้ ไทยจะซื้อเครื่องบิน 80 ลำ นายกฯ ร้องโอ้ คงไม่ทันสมัยของตนมั้ง คงไม่ต้องทำอย่างนั้น ไม่เกี่ยวกันคนละเรื่อง ถ้าซื้อเครื่องบิน 80 ลำ ทำไมต้องไปเซ็นให้เขา เราเป็นผู้ซื้อ อันนี้เป็นเรื่องของการแสดงท่าทีที่เป็นมิตรต่อกัน
ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นซูเปอร์ดีลกับสหรัฐฯ นั้น ก็แล้วแต่จะคิด




