ไม่รับปากขอโทษ! “เท้ง ณัฐพงษ์” สวน สว. ยันไม่ได้บ่อนทำลาย ย้ำ “ภูมิใจไทย” แค่เอเจนต์สีน้ำเงิน

เท้ง" ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมกล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน บอกขอดูรายละเอียดการแถลงก่อน ยันไม่ได้บ่อนทำลายวุฒิสภา แค่มีเจตนาให้รัฐสภายึดโยง ปชช. รับ MOA-ยกมือให้ "อนุทิน" ในอดีตส่งผลต่อการเมืองในปัจจุบัน แต่ขอทุกคนมองไปข้างหน้า แก้ปัญหาต้นตอจัดทำรธน.ฉบับใหม่ เหตุประเทศอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบทั้งการเมือง-เศรษฐกิจ มอง "ภูมิใจไทย" เป็นแค่เอเจนต์ของระบอบสีน้ำเงิน
(25 พ.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงกรณีที่คณะ สว. 89 คน นัดแถลงข่าวโต้กลับพร้อมขีดเส้นตายให้ขอโทษภายใน 3 วัน โดยนายณัฐพงษ์ระบุว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดการแถลงของ สว. เนื่องจากเวลาทับซ้อนกับการประชุมของพรรค แต่อยากให้สังคมย้อนดูรายชื่อ สว. กลุ่มที่ออกมาแถลงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับการคัดเลือก สว. ในรอบสุดท้าย มีการสวมสีเสื้อหรือนั่งรถทัวร์มาอย่างไร หากตรวจสอบก็จะเข้าใจวัตถุประสงค์และเจตนาในการออกมาแถลงครั้งนี้ทันที
นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนมีเจตนาบริสุทธิ์และไม่ได้มีเป้าหมายบ่อนทำลายวุฒิสภา แต่ต้องการตั้งข้อสังเกตแทนสังคมและอยากเห็นรัฐสภายึดโยงกับประชาชนมากที่สุด หาก สว. เห็นว่าระบบการเลือกตั้ง สว. มีปัญหาจริง ก็ควรหันมาจับมือกันแก้ที่ต้นตอด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่วมกัน ส่วนประเด็นที่ถูกวิจารณ์ว่าการสื่อสารเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงิน” จะทำให้ถูก สว. คว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นั้น ตนมองว่าทุกฝ่ายมีสิทธิเสนอร่างของตัวเอง และไปถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 หาก สว. ยอมรับฟังและเปิดกว้าง ก็จะเป็นการแสดงความจริงใจว่าไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจหรือสิทธิพิเศษของตนเองไว้
เมื่อถามถึงข้อครหาที่ว่า พรรคประชาชนในอดีต (อดีตพรรคก้าวไกล) เคยลงมติยกมือสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล จนอาจมีส่วนทำให้เกิดขั้วอำนาจนี้ในปัจจุบัน นายณัฐพงษ์ ยอมรับตรง ๆ ว่า การตัดสินใจทางการเมืองในอดีตย่อมส่งผลต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่อยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้า เพราะต้นตอที่ทำให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลและองค์กรอิสระล้มเหลวจนดัชนีคอร์รัปชันพุ่งสูง เป็นเพราะกติกาสูงสุดของประเทศมีปัญหา
“ยอมรับว่าการตัดสินใจที่ผ่านมาส่งผลถึงปัจจุบัน แต่อยากเชิญชวนทุกคนมองไปข้างหน้า ตอนนี้เราอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินที่กำลังกัดกินประเทศอยู่ กินรวบอำนาจทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ หน้าที่ของพรรคประชาชนคือยืนในจุดเดิม รณรงค์ทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น ตนมองว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทยมาก ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ต่อให้พรรคไหนมาเป็นรัฐบาลก็ย่อมถูกทุบทำลายเสมอ จริง ๆ แล้วพรรคภูมิใจไทยอาจจะเป็นเพียงด่านหน้า หรือเป็นแค่เอเจนต์ (ตัวแทน) คนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินตรงนี้เท่านั้น” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว
ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเปิดไทม์ไลน์แก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาแล้วนั้น นายณัฐพงษ์ มองว่า การแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วไม่ใช่ทางออก แต่การได้ร่างที่ดีและยึดโยงกับประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งนี้ พรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนทุกร่างกฎหมายของทุกพรรค รวมถึงพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ตราบใดที่เนื้อหาเหล่านั้นไม่ขัดต่อหลักการสำคัญของพรรคประชาชน
.
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews




