"ชลน่าน" ยื่นศาล รธน. ตีความคุณสมบัติ "อนุทิน" ปมดีล ปชน.-ภท. ชี้เปิดทางอำนาจนอกระบบ ครอบงำสภาฯ

"ชลน่าน" รวมชื่อ สส.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความคุณสมบัติ "อนุทิน" นั่งนายกฯ ปมดีล ปชน.-ภท. ชี้เป็นการเปิดทางอำนาจนอกระบบ ครอบงำสภา
(5 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 การประชุมพิเศษครั้งที่ 20 วาระด่วนเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 มีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายว่า การเสนอชื่อบุคคลให้สภาเห็นชอบในวันนี้ถูกตั้งคำถามทั้งในแง่ “คุณสมบัติของผู้ถูกเสนอ” และ “กระบวนการที่ได้มา” โดยเฉพาะข้อตกลงร่วมกันระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย (MOA 5 ข้อ) ที่กลายเป็นเงื่อนไขให้สภาฯ เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
นพ.ชลน่าน ย้ำว่า กระบวนการดังกล่าวขัดหลักการประชาธิปไตย ซึ่งควรยึดเสียงข้างมากเป็นสำคัญ แต่กลับเป็นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยการประคับประคองทางการเมือง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้การตรวจสอบในสภาไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจาก เสียงฝ่ายค้านไม่อาจโค่นเสียงรัฐบาลได้
ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการเมืองเชิงเทคนิค แต่เป็นการบ่อนทำลายระบบรัฐสภา เพราะการทำข้อตกลงระหว่างสองพรรค เปิดช่องให้เกิดการ “ครอบงำพรรคการเมือง” อันขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ที่บัญญัติให้ สส.ต้องทำหน้าที่โดยอิสระ เพื่อประโยชน์ของประชาชน
"การเลือกนายอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ เท่ากับนับหนึ่งวันสิ้นสุดระบอบรัฐสภา เพราะเป็นการยอมรับอำนาจนอกระบบเข้ามากำหนดทิศทางการเมืองไทย"

นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ยังเปิดเผยว่า มี สส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสภาฯ ได้ร่วมเข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า นายอนุทิน มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าการทำ MOA ระหว่างสองพรรคเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 46 ที่ห้ามมิให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่?
"ตนไม่คัดค้านการมีนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งสำคัญคือต้องได้มาด้วยวิถีที่ถูกต้อง หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ากระบวนการนี้มีปัญหา ประธานสภาสามารถชะลอการโหวตได้ เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าอย่างสง่างามและยืนอยู่บนหลักนิติธรรม" - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




