รมว.คมนาคม ยอมรับกองทุนน้ำมันติดลบหนักเซ่นพิษสงคราม

AdminNews
รมว.คมนาคม ยอมรับกองทุนน้ำมันติดลบหนักเซ่นพิษสงคราม

เบรกราคาน้ำมันลอยตัว! รัฐมนตรีคมนาคมจ่อเรียกโรงกลั่นถกปมค่ากลั่นเพิ่ม 4 บาท

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ดึงให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 92 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เคยมีสถานะเป็นบวกกลับมาติดลบแล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท หลังรัฐบาลต้องใช้เงินชดเชยเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายนายกรัฐมนตรี

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือในวันพรุ่งนี้ รัฐบาลเตรียมเชิญผู้บริหารโรงกลั่นน้ำมันมาหารือด่วน หลังพบว่ามีการปรับขึ้นค่าการกลั่นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 4 บาทต่อลิตร โดยกำชับว่าห้ามผลักภาระให้ประชาชนในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งตรึงราคา ซึ่งหากพ้นกำหนด 15 วันไปแล้วและยังหาข้อสรุปไม่ได้ อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันต้องปล่อยลอยตัวตามกลไกตลาด

สำหรับแนวทางการรับมือด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานรายงานว่าปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ถึง 50% ของยอดทั้งหมด ทำให้ยังมีทางเลือกในการจัดซื้อจากภูมิภาคอื่นในราคากลางได้ตามปกติ ส่วนกรณีที่ประชาชนเรียกร้องให้บริษัทน้ำมันที่มีกำไรมหาศาลออกมาช่วยเหลือนั้น รัฐบาลขอรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาเองเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้

นายพิพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลกำลังเร่งบริหารจัดการไม่ให้กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ พร้อมสั่งการให้ผู้ประกอบการน้ำมันรายย่อยรวบรวมข้อมูลการซื้อขายรายงานต่อพลังงานจังหวัด เพื่อป้องกันการปฏิเสธการขายน้ำมันในอนาคต โดยมุ่งหวังให้สถานการณ์สู้รบยุติโดยเร็วเพื่อลดภาระการใช้เงินกองทุนน้ำมันและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง