แกนนำ ปชป.โคราชจี้ “เฉลิมชัย” เร่งสางปัญหาภายใน

ข่าวเวิร์คพอยท์
แกนนำ ปชป.โคราชจี้ “เฉลิมชัย” เร่งสางปัญหาภายใน

“พิเชฐ” แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เมืองย่าโมหวั่นพรรคจะแตกแยกหนัก จี้ “เฉลิมชัย” หัวหน้าพรรคคนใหม่ เร่งเคลียร์ปัญหาภายในพรรคด่วน พร้อมเสนอให้ใช้นโยบายที่ดีกู้ความศรัทธาในพรรคคืนมาโดยเร็ว

(12 ธ.ค. 66) จากการประชุมวิสามัญพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ชนะด้วยคะแนนร้อยละ 88.5 ได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนล่าสุด แต่ในระหว่างการประชุมมีความขัดแย้งกันเกิดขึ้น นำไปสู่การขอลาออกของแกนนำพรรคคนสำคัญนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้พูดคุยกับนายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา แกนนำพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยนายพิเชษฐ์ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นสถาบันการเมืองเก่าแก่ และมีการเปิดกว้างให้เกิดการเสนอชื่อเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตามระบอบประชาธิปไตย์ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ดังนั้นครั้งนี้ก็เช่นกัน ตนเองมองว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นรุนแรงกว่าทุกครั้ง และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาสมาชิกพรรคแน่นอน 

ซึ่งเรื่องส่วนบุคคลอาจจะเคลียร์กันได้ เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็บอกแล้วว่า และแม้ว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วก็ตาม ถ้ามีการร้องขอจากพรรคให้มาช่วยเหลือ ก็พร้อมที่จะมาช่วยเหลือเต็มที่ ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ก็บอกว่า อยู่กับพรรคมานาน ยังยึดถือในหลักการและอุดมการณ์ของพรรคตลอด ถ้ากรีดเลือดออกมาก็จะเป็นสีฟ้า ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าท่านหัวหน้าพรรคคนใหม่ ก็เป็นผู้ที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับพรรคไม่น้อยกว่าใครเหมือนกัน

เพียงแต่ว่าการไปพูดคุยกันของนายอภิสิทธิ์ฯ กับนายเฉลิมชัยฯ มีการพูดคุยอะไรกันไว้ ถึงขั้นทำให้นายอภิสิทธิ์ฯ ต้องลาออกจากสมาชิกพรรค ซึ่งตนเองก็ยังคาใจอยู่เหมือนกัน

ส่วนความคาดหวังต่อหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ถ้านายเฉลิมชัยฯ สามารถประสานผู้อาวุโสภายในพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หรือแม้กระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการให้เกียรติ์ ไปหารือท่านเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ ตนก็เชื่อว่าจะสามารถกอบกู้ศรัทธาของพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างแน่นอน เพราะดูจากรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก็ยังมีการผสมผสานชุดเก่า กับชุดใหม่อยู่ แต่ตนก็คิดว่าคงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในเร็ววัน คงจะต้องให้เวลาการทำงานของหัวหน้าพรรคคนใหม่บ้าง อย่างน้อยก็ 2 ปี 

โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของพรรคฯ ที่มีภาพการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม และมีอุดมการณ์ต่อต้านเผด็จการมาโดยตลอด ก็คงจะต้องมาทบทวนกันใหม่ ที่ผ่านมาแม้พรรคฯ จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ที่เกิดมาจากการทำปฏิวัติรัฐประหาร ก็อาจจะเป็นเพราะว่ามีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะมีสถานการณ์ภายนอกเข้ามาเป็นเงื่อนไข ทำให้ภาพลักษณ์ต่อต้านเผด็จการของพรรคประชาธิปัตย์หายไป 

แต่หลังจากนี้ก็ต้องมาสร้างภาพลักษณ์กันใหม่ โดยขอให้เน้นไปที่นโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่านโยบายที่ดี และสามารถทำได้จริง จะสามารถทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาชนะใจประชาชนได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง