ก.แรงงาน ระดมประชุมถกมาตรการจูงใจ"แรงงานไทย"อพยพกลับ

ข่าวเวิร์คพอยท์
ก.แรงงาน ระดมประชุมถกมาตรการจูงใจ"แรงงานไทย"อพยพกลับ

ก.แรงงาน ระดมประชุมถกมาตรการจูงใจ"แรงงานไทย"อพยพกลับ หวั่นอยู่ต่ออันตรายได้ไม่คุ้มเสี่ยง

(24ต.ค.66) เวลา 09.00 น. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล กระทรวงแรงงาน เพื่อหารือมาตรการจูงใจของกระทรวงแรงงานในการให้แรงงานไทยในอิสราเอลเดินทางกลับประเทศไทย โดยมี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

จากนั้น ปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการของเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศเนื่องจากได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในประเทศอิสราเอล เกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นเอกสารหลักฐานขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ตลอดจนพบปะพูดคุยกับแรงงานไทยที่มารับบริการ ณ ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน

โอกาสเดียวกันนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน ยังได้รับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับภาคเอกชน เพื่อนำสิ่งของให้กระทรวงแรงงานนำไปช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน

ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือ เรื่องอิสราเอล ปัญหาที่เราเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องแรงงานไทยที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก และเป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวเร็วที่สุดเพื่อซ่อมแซมและสร้างอนาคตให้กับประชาชน 

นายเศรษฐา ระบุอีกว่า ได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแรงงานที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เพราะแรงงานที่เดินทางกลับมาเป็นแรงงานที่มีคุณภาพจำเป็นต้องดูเรื่องผลตอบแทนให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องของรายงานตัวเลขตัวประกัน ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ตัวเลขยังคงเดิม โดยการที่เรานำคนกลับมาได้วันละ 600 - 800 คน ยังสามารถดำเนินการได้และยังมีผู้ที่แสดงเจตจำนงที่จะเดินทางกลับประเทศไทยก็มีมากขึ้น และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าวให้กับประชาชนเห็นว่าการอยู่ต่อนั้นอันตรายไม่คุ้มกับการที่จะต้องนำชีวิตไปเสี่ยง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง