เศรษฐา ดีใจคนไทยได้ใช้รถไฟสีแดง -สีม่วง 20 บาทเร็วขึ้น

ข่าวเวิร์คพอยท์
เศรษฐา ดีใจคนไทยได้ใช้รถไฟสีแดง -สีม่วง 20 บาทเร็วขึ้น

เศรษฐา ดีใจคนไทยได้ใช้รถไฟสีแดง -สีม่วง 20 บาทเร็วขึ้น เตรียมบินคุยจีนเรื่องเรือดำน้ำ ต้องได้ข้อสรุปที่ดี พร้อมฟื้น ศึกษาLandbridge เชื่อมการขนส่งระหว่างประเทศ

(16 ต.ค.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงที่ประชุมได้อนุมัติโครงการราคารถไฟฟ้า 20 บาท นำร่องสายสีแดง และสายสีม่วงนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สายใดทำได้ทำก่อน ประกาศก่อน ประชาชนได้ใช้ก่อน ส่วนหากคนมองว่าทำโครงการได้รวดเร็ว ตนก็ดีใจ 

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับนโยบายเงินดิจิทัล 10,000บาท ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการนำประชาชนที่ต้องการมาส่งเสียง เป็นการแบ่งแยกประชาชน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแบ่งแยก ที่ผ่านมาบอกให้ตนฟังเสียงประชาชน ซึ่งผมก็ได้รับฟังเสียง ยกตัวอย่าง ประชาชนร้องว่าในรัศมี 4 ก.ม. ไม่มีร้านค้า ทางตนได้นำมาปรับ ซึ่งอยากฟังเสียงหลายเสียงเพื่อนำไปปรับภายในครั้งเดียว ยืนยันว่า เป็นนโยบายที่ดี ส่วนที่พรรคฝ่ายค้านท้วงติงไม่ให้ซ้ำรอยนโยบายจำนำข้าว นายกรัฐมนตรีตอบว่า รับฟัง และทางรัฐบาลทำงานรัดกุมทุกขั้นตอน มีการตั้งคณะทำงาน และคณะอนุกรรมการมาช่วยดูแล 

ส่วนเรื่องการเดินทางไปร่วมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF) ครั้งที่ 3 ตามคำเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และไปเยือนประเทศซาอุดิอาระเบีย นายกรัฐมนตรี ให้ช้อมูลว่าการพูดคุยครั้งนี้มีผู้นำประเทศหลายคนซึ่งต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว มีทั้งแบบเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ซึ่งจะมีกาพูดคุยเรื่องการค้า และที่ประชุมครม. มีเรื่องน่ายินดี เพราะได้อนุมัติ การศึกษาLANDBRIDGE โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งต่อ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการขนส่งทั่วโลกได้ จะสามารถสร้างความมั่นใจต่างชาติให้มาลงทุน  

การไปเยือนจีนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีการพูดคุยเรื่องเรือดำน้ำเพื่อให้ข้อสรุป ยอมรับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ยืนยันว่า เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข ส่วนที่จะมีการแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่ เช่นเรือเหนือน้ำ ซึ่งต้องตอบโจทย์ของกองทัพเรือด้วย 

ส่วนการต่อวีซ่านักท่องเที่ยวประเทศรัสเซียจาก 30 วัน เป็น 90 วัน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นการดระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเพราะว่าที่รัสเซียมีฤดูหนาวยาวมากตั้งแต่ เดือนธันวาคม -มีนาคม ทางรัฐบาลอยากให้นักท่องเที่ยวอยู่ไทยนานขึ้น จึงได้ขยายเวลาวีซ่าออกไป ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้ไปพูดคัยกับ วราดิเมียร์ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียด้วย เพื่อแสดงท่าทีที่เป็นมิตรระหว่างประเทศ 

ส่วนกรณีที่กองทัพอากาศที่บินไปรับแรงงานไทยลี้ภัยสงครามจากประเทศอิสราเอล ซึ่งใช้เส้นทางบินอ้อมนั้น เป็นการสะท้อนความสัมพันธ์การทูตของไทยด้อยกว่าหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ไม่น่า ไม่ได้รับข้อมูลมา แต่ในอนาคตจะมีการพูดคุยหารือกับประเทศซาอุดิอาระเบีย เพราะในการพูดคุยครั้งนี้ได้พบมงกุฎราชกุมารด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง