นายกฯเศรษฐา ลั่นอย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วย ไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

นายกฯเศรษฐา ลั่นอย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วย ไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ขณะที่ตัวเองก็ไม่เห็นด้วยกัยคนที่ไม่เห็นด้วย
(14ต.ค.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมายังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ได้ทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมระบุสั้น ๆ ว่า รู้สึกดีใจที่ทุกคนมารอต้อนรับ ได้เข้ากราบสักการะพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก และนมัสการขอพรพระศรีรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เพื่อความเป็นสิริมงคล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีมวลชนมาให้การต้อนรับพร้อมทั้งสนับสนุนนโยบาย"ดิจิทัลวอลเล็ต" นายอนิรุธ ดีฉนวน ชาวบ้านต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก บอกว่า อยากมาให้กำลังใจนายก และให้เดินหน้าต่อ โครงการนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะสามารถจับจ่ายและเกิดประโยชน์กับประชาชน และอย่างน้อยขอให้ได้ใช้ครอบคลุมในอำเภอก็ยังดี
จากนั้นได้เดินทางไปยังฝ่ายผลิตและบริการกองการประปาเทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อฟังสภาพปัญหาน้ำประปา ที่ใช้แหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำน่าน รองรับผู้ใช้น้ำ ประมาณ 300,000 คน 33,245 ครัวเรือน เกิดปัญหาถังน้ำใสที่ใส่น้ำผ่านกระบวนการกรองน้ำมีปริมาณจำกัด ทำให้การบริหารจัดการในการบำรุงรักษาเป็นไปได้ยาก ระบบส่งน้ำมีอายุใช้งานมากกว่า 80 ปี เกิดการแตกรั่วบ่อยครั้งเป็นเหตุให้การสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 50 ทำให้น้ำประปามีแรงดันและปริมาณไม่เพียงพอเกิดไหลอ่อนและขุนแดง
นายเศรษฐา กล่าวว่า กว่า 80 ปีที่ผ่านมา ได้เห็นความก้าวหน้าของจังหวัดพิษณุโลกได้มีการพัฒนา จากเมืองรองจนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักแล้ว และได้แสดงความเห็นใจชาวบ้าน ที่นี่เป็นจังหวัดแรกที่มา และประชาชนประสบปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทางรัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่งจะพยายามนำมาพัฒนาและทำให้ดีขึ้นในระยะสั้นก่อน ไม่เช่นนั้นเมืองรองที่มีคุณค่าของจังหวัดพิษณุโลก จะไม่สามารถพัฒนาตามแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้
นายเศรษฐา บอกอีกว่า ข้อสำคัญจะได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย ชี้เป้าว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง ทั้งในระสั้น ระยะกลางและระยะยาว เนื่องจากเพิ่งจะทราบปัญหานี้ แต่ช้าดีกว่าไม่ทำ และขอโทษที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมานาน
นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า หากแต่ละบ้านมีหลายคน ก็สามารถนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพ เปลี่ยนชีวิตได้ ทำธุรกิจใหม่ได้ มีคุณประโยชน์มาก แต่เงินดิจิทัลวอลเล็ตนี้จะต้องใช้ในพื้นที่ตามทะเบียนบ้านเท่านั้นเพื่อ ช่วยพัฒนาชุมชนที่แต่ละคนอยู่ด้วย ปัจจุบันมีหลายท่านที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่เห็นด้วยกับคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็พยายามรับฟังความคิดเห็น เพราะเราเป็นรัฐบาลของประชาชน
นายเศรษฐา ได้ยกตัวอย่างว่า ถ้าหากวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ มีจำนวนเงิน 560,000 ล้าน ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าออกมารองรับ จะมีการซื้อเตรียมวัสดุหรือไม่ จะมีการจ้างคนเพิ่มหรือไม่ จะมีการจ้างโอทีเพิ่มหรือไม่ เงินจะอยู่ในกระเป๋าของประชาชนเพิ่มมากขึ้นหรือไม่อย่างไร ขอให้ประชาชนอย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วย ไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการนี้ ของประชาชนชอบและต้องการ ก็ขอให้ช่วยกันพูดและ เปล่งเสียงออกมาบ้าง เพราะรัฐบาลก็ต้องการขวัญและกำลังใจจากประชาชน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปที่ บึงตะเคร็ง อ.บางระกำ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพบปะประชาชนและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ให้แก่ เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในโอกาสนี้ด้วย




