อดีตข้าราชการครูวอน “เศรษฐา” เลือกคนมีความรู้คุม ก.ศึกษาธิการ

อดีตข้าราชการครูวอนนายกคนใหม่ เลือกคนมีความรู้ด้านการศึกษามานั่งเป็น รมว.ศึกษาธิการ ชี้การศึกษาไทยมีปัญหาหนัก อยู่ในภาวะถดถอย เด็กรับภาระการเรียนมากเกินไป รัฐต้องวางแผนใหม่ พร้อมเสนอปัญหาและการแก้ไขอีกกว่า 30 ข้อ ส่งเป็นจดหมายเปิดผนึกให้นายกฯ
(1 ก.ย. 66) หลังจากมีกระแสข่าวการจัดสรรบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐา1 เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ถึงความเหมาะสมของผู้ที่จะเข้ามาดำรงเป็นรัฐมนตรีในบางกระทรวง
ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ อายุ 66 ปี อดีตข้าราชการครูชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และเป็น นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการศึกษามายาวนานกว่า 30 ปี ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยแสดงความความห่วงใยถึงเรื่องการแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนจะเปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า
ในฐานะที่ตนเคยเป็นทั้งครูผู้สอน และผู้อำนวยการโรงเรียน มองว่าผู้นำที่จะมาทำหน้าที่บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเป็นคนที่เคยมีประสบการณ์การเป็นครูมาก่อน เพราะต้องย่อมรู้งานของครู รู้งานทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะแนวทางในการพัฒนาครูและนักเรียน
ขณะที่คนไม่เคยเป็นครูจะไม่มีทางเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ และจิตวิญญาณของครู ตลอดจนไม่เข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของนักเรียน ในการพัฒนาบ้านเมืองด้านการศึกษาของชาติที่จะก้าวไปข้างหน้า ต้องบริหารจัดการโดยผู้รู้ ไม่ใช่บริหารจัดการโดยผู้มาเรียนรู้ เพราะจะทำให้การศึกษาของไทยเสียโอกาสและไม่ก้าวหน้า
ส่วนข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ในวงการการศึกษา ตนพบว่า การศึกษาไทยกำลังถดถอย เด็กรับภาระหนักด้านการเรียนสาขาวิชาต่างๆ มากเกินไป รัฐควรจะมีการวางแผนอัตรากำลังในอนาคต 10 ปีข้างหน้าว่าประเทศไทยต้องการแรงงานด้านไหน แล้วแนะแนวทางให้เด็กเลือกสาขาอาชีพที่ต้องการ ตัดรายวิชาที่ไม่สำคัญต่ออาชีพนั้นออกไป ผลักดันให้เรียนเฉพาะทางอย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกัน อยากให้รับฟังครูผู้ปฏิบัติงานในระดับรากหญ้า อย่าฟังแต่เพียงผู้บริหารระดับบน โดยปัญหาสำคัญในวันนี้ที่ต้องเร่งแก้ไข คือการคืนครูให้กับนักเรียน ควรยกเลิกภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอน อาทิ โครงการโรงเรียนในฝัน โรงเรียนสีขาว และโรงเรียนสีเขียว ซึ่งเป็นภาระงานที่รบกวนการสอนของครู จนถึงขั้นต้องทิ้งนักเรียนไปทำงานโครงการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูทั่วประเทศพยายามเรียกร้องมาโดยตลอด แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย
นอกจากนั้น ดร.รัชชัยย์ ยังได้เขียนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอีกกว่า 30 ข้อ อาทิ ต้องการให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูที่จะต้องเฝ้าทรัพย์สินของโรงเรียนทั้งกลางวันและกลางคืน ควรจะให้ผู้ที่มีอาชีพเฉพาะทางมาเฝ้าดูแล เพื่อความปลอดภัยของตัวบุคลากรครู, ให้นักเรียนได้เรียนฟรีอย่างแท้จริง ไม่อนุญาตให้สถานศึกษาของรัฐเก็บเงินค่าเทอมเพิ่มอีก,
ผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันผลิตครู ต้องได้รับใบอนุญาตอาชีพครู และให้มีผลย้อนหลัง, การสอบบรรจุครูให้ยกเลิกการสอบภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์, บรรจุผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เฉพาะทางด้านพัสดุ การเงิน และทุกโรงเรียนต้องมีนักการภารโรง, ให้ค่าตอบแทนพิเศษแก่ครูที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารเพิ่มอีกเดือนละ 5,000 บาท
และที่สำคัญคือ วิธีการเลื่อนวิทยฐานะของครู ให้เป็นการเลื่อนไหลตามระยะปีเหมือนทหารและให้ได้ถึงเชี่ยวชาญก่อนเกษียณอายุราชการ โดยไม่ต้องเขียนผลงาน เพราะการเขียนผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะในปัจจุบัน กระทบกับเวลาการเรียนการสอนของครูกับนักเรียน




