สมช. มีมติ ระงับปฏิบัติข้อตกลงร่วมกัมพูชา หยุดถอดอาวุธ-กำลังพล ยุติส่งเชลยศึก เดินหน้าเก็บกู้ระเบิดเอง

สมช. มีมติ ระงับปฏิบัติข้อตกลงร่วมกัมพูชา หยุดถอดอาวุธ-กำลังพล ยุติส่งเชลยศึก เดินหน้าเก็บกู้ระเบิดเอง ทำหนังสือประท้วง-ฟ้องประชาคมโลก บิ๊กเล็ก ลั่น ไม่มีพื้นที่เจรจาอีก
(11 พ.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. โดยมี พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ หารือประเด็นข้อตกลงร่วมกัน หรือ joint declaration ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด PMN-2 ที่บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้หยุดดำเนินการตามข้อตกลง 4 ข้อไว้ก่อน
พลเอกณัฐพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม 3 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมพิจารณา 3 เรื่อง การสูญเสียกองกำลังพลของกองทัพไทยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การพบทุ่นระเบิดใยพื้นที่อธิปไตยของไทย ได้สร้างผลกระทบ และรัฐบาลต้องการปกป้องอธิปไตย กองกำลังทหารไทยอย่างสุดความสามารถ ที่ประชุมจึงมีมติระงับการปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน หรือ joint declarationไว้ก่อนทุกข้อ ยุติส่งเชลยศึกกัมพูชา
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แถลงว่า ถือว่าของกัมพูชาได้ละเมิดข้อปฏิบัติ joint declaration ที่ได้ลงนามไว้ ต้องระงับการปฏิบัติร่วมกัน แต่ส่วนไหนที่ไทยดำเนินการฝ่ายเดียว เช่นเดียวเก็บทุ่นระเบิดก็ยังคงเดินหน้าต่อ ทางกระทรวงต่างประเทศไทยทำการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งหนังสือประท้วงไปยังอนุสัญญาออตตาวา และทำการชี้แจงไปยังประเทศพยานเช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และประชาคมโลก ถึงเหตุความจำเป็นที่ต้องหยุดข้อตกลง และจะทำการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ จากข้อมูลของกองทัพเพื่อให้ท่าทีของไทยมีความหนักแน่น ชอบธรรม ถ้าจะให้การปฏิบัติไปสู่ความสำเร็จจากข้อตกลง กัมพูชาจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งถ้าหากกัมพูชาไม่รับผิดชอบ ถือว่า การหยุดข้อตกลงเป็นการตอบโต้กลับในขั้นนี้
พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ทางกองทัพไม่คาดหวังความจริงใจจากกัมพูชา ซึ่งการระงับข้อตกลงเป็นการยกระดับการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อมวลชนได้ ส่วนการเก็บกู้วัตถุระเบิด มี 2 ระดับ คือ ระดับหน่วยในพื้นที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ปฏิบัติของทหารไทยอยู่แล้ว ส่วนระดับการเก็บกู้ระเบิดของหน่วยเก็บทุ่นระเบิดเป็นหน้าที่ของกองทัพไทย ใน 5 พื้นที่ เข้าดำเนินการแล้ว 4 พื้นที่ เหลือ 1 พื้นที่ที่กัมพูชายังไม่ตอบรับ ทางไทยจะเข้าเก็บกู้เลย
นายสีหศักดิ์ ตอบคำถามกรณีการประท้วงของไทยหลายครั้งจะได้อะไร ว่า ต้องให้ประชาคมเข้าใจว่าเหตุใดที่ไทยต้องระงับข้อตกลง ซึ่งไม่ได้ประท้วงอย่างเดียว แต่ได้ระงับการปฏิบัติตามข้อตกลงซึ่งเป็นมาตรการ ส่วนการถอนกำลัง หรือใดๆสามารถหยุดทำได้ ยกเว้นการเก็บกู้ระเบิด การประท้วงนี้เปรียบเหมือนเป็นการประณามด้วย ทั้งหมดเป็นความเด็ดขาดของท่าทีของไทยแล้ว แล้วมาประเมินดูท่าทีของกัมพูชาต่อว่าเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถยกระดับท่าทีขึ้นต่อไป
ส่วนที่กัมพูชาออกมาระบุว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่านั้น ถือว่าการชี้แจงนั่นยังไม่เพียงพอ ส่วนการประเมินสถานการณ์ท่าทีกัมพูชาหากไม่ดีต่อไทยต่อไป นายสีหศักดิ์ย้ำว่า การชี้แจงของกัมพูชายังไม่พอเพียง ไม่ทำให้ไทยมั่นใจ สบายใจ ตอนนี้ขอระงับ ประท้วง และดูท่าที ส่วนการเจรจายังไม่มีการพูดถึงเพราะรอประเมินท่าทีตอบสนองของกัมพูชาก่อน
ส่วนที่ทหารกัมพูชาเข้ามารื้อลวดหนามและวางระเบิด พลเอกณัฐพล กล่าวว่า กองทัพมีกฎการใช้กำลังอยู่ เช่น เตือน ยิง ยิงด้วยสามารถอาวุธเบา หรืออาวุธหนัก แต่ขอไม่ชี้แจง ยืนยันว่า ทางทหารได้รับความเห็นชอบจากสมช. ให้ดำเนินการตามสถานการณ์ ส่วนการเจรจาหลังจากนี้ในชั้น GBC กระทรวงกลาโหม และส่วนตัวไม่มี มีแต่การพูดคุยระหว่างประเทศแบบทางการ ส่วนการถอนอาวุธหนัก ได้ระงับการถอนแล้ว




