กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร

AdminNews
กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร

กมธ.ทหารเปิดปมน้ำมันหายจากมณฑลทหารบกที่ 18 จ.สระบุรี กว่า 2 แสนลิตร จ่อเรียกกองทัพแจงผลสอบ

27 ส.ค.68 ที่รัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าว กรณีน้ำมันหายในมณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี และการผลสอบกรณีน้ำมันหายของกรมพลาธิการทหารบก จังหวัดนนทบุรี

กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร

โดยนายเชตวีน ระบุว่า กรณีน้ำมันดีเซลที่หายไป มทบ. 18 จังหวัดสระบุรีกว่า 215,000 กว่าลิตรในปี 65 คณะกรรมาธิการทหารเคยทำหนังสือทวงถามถึงรัฐมนตรีว่าการเกษตรในขณะนั้นและผู้บัญชาการทหารบกถึง 3 ครั้ง แต่ได้รับการตอบกลับมาว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อาจจะมีเสนอซื้อส่งไปให้คณะกรรมาธิการทหารต่อไป แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับหนังสือชี้แจงแต่อย่างใด ไม่ได้รับความร่วมมือจากกองทัพตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ จึงได้ทำหนังสือถึง ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ 2 หน่วยงานช่วยแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร

ขณะที่อีกกรณีคือ น้ำมันหายจากกรมพลาธิการทหารบก จังหวัดนนทบุรีกว่า 10,000 ลิตรในปี 66 ตนเองได้รับผลสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่กองทัพบกยังไม่ได้มีการเปิดเผยผลสอบนี้ เพราะที่ผ่านมากองทัพมักจะสอบกันเองและเงียบ สอบกันเองแล้วหาย

กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร

นายเชตวัน กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวมีน้ำมันหายจากคลังเก็บและสั่งซื้อน้ำมันจากเอกชนรายใหญ่เจ้าหนึ่ง โดยมีการจัดส่งภายใน 1 วัน อ้างว่าจะมีการจัดประชุมสัมมนา แต่คนสั่งซื้อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งอำนาจสั่งซื้อทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการเป็นการซื้อเพื่อมาชดใช้แทนน้ำมันที่หายไปหรือไม่ เนื่องจากมีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน แต่เรื่องก็เงียบไปเหมือนแดนสนธยา ก่อนจะมีผู้มาร้องเรียนในเดือน ม.ค.68 จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ก็ล่าช้ามาก

กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร

เอกสารชี้แจงลงวันที่ 14 ก.ค.68 พบมียอดดำเนินการสั่งซื้อน้ำมันส่วนตัวมาลงที่สถานีจ่ายของกรมเชื้อเพลิงพลาธิการทหารบก รวม 9,000 ลิตร คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาว่ามีมูลได้ว่าน้ำมันมีการสูญหายจริงและกองทัพบกได้รับความเสียหาย สุดท้ายการกระทำดังกล่าวตามผลสอบไม่ถือว่าเป็นการทุจริตต่อราชการ

“ผมเชื่อว่าหลายคนตั้งคำถามต่อผลสอบนี้ แล้วนำมาชดใช้คืนเท่ากับไม่ทุจริตใช่หรือไม่ มาตรฐานเดียวกับนาฬิกาเพื่อน คืนเสร็จแล้วไม่มีความผิดหรือ”

นายเชตวัน ระบุว่า ตามระเบียบ หากมีน้ำมันสูญหายจะต้องมีการรายงานให้ทราบและตั้งคณะกรรมการสอบ เมื่อสรุปผลออกมาจะต้องมีการชดใช้และจะต้องมีการรายงานให้ผู้บัญชาการทหารทราบ แต่กรณีนี้ไม่มีการรายงาน ไม่มีการสอบสวน แต่เป็นการซื้อมาชดใช้ ผลสอบสุดท้ายกลับระบุว่าไม่มีการทุจริต กรณีนี้การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้เกิดขึ้นแล้ว จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยติดตามการแถลงข่าวชี้แจงของกองทัพบกด้วย

นายเอกราช กล่าวในช่วงท้ายว่า ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ คณะกรรมาธิการทหาร จะเชิญ มทบ.18 และกรมพลาธิการทหารบก เข้ามาชี้แจง โดยหวังว่าจะทั้งสองหน่วยงานจะให้ความร่วมมือ แม้ไม่ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่เข้าใจว่าจะเข้ามาชี้แจง เพราะหากไม่มาชี้แจง คงจะต้องใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ทหารจี้ 'มทบ.18–กรมพลาธิการฯ' แจงปมน้ำมันหายกว่า 2 แสนลิตร | Workpoint News