ปมป่าทับลาน “พัชรวาท” ย้ำขอเวลา 30 วัน ฟังความเห็นทุกฝ่าย

AdminNews
ปมป่าทับลาน “พัชรวาท” ย้ำขอเวลา 30 วัน ฟังความเห็นทุกฝ่าย

ปม 'อุทยานแห่งชาติทับลาน' พัชรวาท ยันเพิกถอนพื้นที่ป่า 50,000 ไร่ ปัญหาลากยาว 40 ปี ขอเวลา 30 วัน ฟีงเสียงทุกฝ่าย - 'อรรถพล' ชี้เป็นความผิดพลาดในอดีต พร้อมแก้ไข แต่ยึดหลักความถูกต้อง ไม่ติดแบ่งส่วนที่ดินให้ชาวบ้าน แต่นายทุนต้องถูกดำเนินคดี

ปมป่าทับลาน “พัชรวาท” ย้ำขอเวลา 30 วัน ฟังความเห็นทุกฝ่าย

9 ก.ค.67 พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงกรณีกรณี กรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดรับฟังความคิดเห็นการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวน 265,286.58 ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อนำไปเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-12 กรกฎาคม 2567 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของชาวบ้านประมาณ 58,582ไร่ ซึ่งจะดูแลชาวบ้านเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ 2.65 แสนไร่ เป็นพื้นที่เขตอุทยานทับลานทั้งหมด ไม่ใช่ที่ดินทำกินทั้งหมด โดยคณะกรรมการอุทยาน จะเป็นผู้พิจารณา พร้อมย้ำว่าจะเร่งรัดให้พิจารณาภายใน 30 วัน ส่วนที่ประชาชนในสังคมทั้งประเทศไม่เห็นด้วยก็พร้อมรับฟัง แล้วนำมาพิจารณาภายหลัง

กรณีกระแสดราม่าSave ทับลาน ซึ่งมีฝั่งทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการใช้แนวเขตอุทยานแห่งชาติปี 2543 ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีการทับซ้อนระหว่างชุมชนที่อยู่มาก่อนกับเขตอุทยาน 

ปมป่าทับลาน “พัชรวาท” ย้ำขอเวลา 30 วัน ฟังความเห็นทุกฝ่าย

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช กล่าวว่า ปัญหานี้ยืดเยื้อมา 40 ปีแล้ว โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติมาก่อน ต่อมาผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเข้ามาถือครองจนกลายที่อยู่อาศัยกฎหมายอนพื้นที่ 50,000 กว่าไร่ แต่หลังจากนั้นมีประกาศอุทยานแห่งชาติไปประกาศทับพื้นที่ ยอมรับเป็นข้อบกพร่องของกรมป่าไม้ในอดีต ซึ่งตอนนี้ได้มีการพูดคุยให้กันพื้นที่ชาวบ้านออก และสำรวจแนวเขตใหม่ซึ่งเป็นมติครม. ปี 2541 ให้มีการสำรวจแนวเขตใหม่ในปี 2543 แต่ว่าแนวเขตใหม่ไม่ไปถึงจุดสิ้นสุดของกฎหมาย สถานภาพจึงเป็นป่าในการดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติตามแนวเขตเดิมในปี 2524 

หลายรัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนของชาวบ้านได้ประชุมผ่านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สคทช. ซึ่งมีมติออกมาให้กันแนวที่ดินชุมชนที่อยู่ในแา 265,000 ไร่ ให้ไปอยู่ในการดูแลของ สปก. และได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีในยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีมติวันที่ 14 มี.ค.2566 ว่า ให้ดำเนินการตามข้อเสนอของ สคทช. แต่บุคคลใดก็แล้วแต่ที่ถูกดำเนินคดีจามกฎหมายจะไม่ได้รับการยกเว้น หลังจากนั้นกรมอุทยานฯจะมาดำเนินการตามกฎหมาย หากจะปรับปรุงแนวเขตต้องรับฟังความเห็นประชาชน ซึ่งจะสิ้นสุดถึง วันที่ 12 กรกฎาคม หลังจากนั้นจะนำความเห็นทั้งหมด มารวมกับความเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่ทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว วันที่4-5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาในคณะกรรมการที่รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะต้องรวบรวมข้อมูลและนำเสนอในระยะเวลา 30 วัน 

นายอรรถพล ยอมรับว่า พื้นที่ 265,000 ไร่ มีทั้งพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มทำกินเดิม และในจำนวนนี้ประมาณ 12,000 ไร่ เป็นกลุ่มรีสอร์ท บ้านพักของนายทุน ที่มีการเปลี่ยนมือซื้อขายที่ดินเป็นทอดๆ ดังนั้นจะต้องพิจารณาว่าคนที่ครอบครองนั้น จะต้องดำเนินการอย่างไร ยืนยัน กรมอุทยานฯว่าจะยึดหลักความถูกต้อง

ส่วนที่สังคมมองว่า มติ ครม. วันที่ 14 มี.ค. 2566 นั้น เอื้อประโยชน์นายทุน กลุ่มการเมืองที่เข้าไปครอบครองที่ดินโดยไม่ต้องรับผิด นายอรรถพล กล่าวว่ารัฐบาลที่ผ่านมาพยายามแก้ปัญหาที่ดินทำกิน จึงมองว่าที่ประชาชนอาศัยทำกินอยู่ให้คงสภาพเป็นที่ดินของรัฐ เพียงแต่ สปก. ต้องรู้ว่าใครมีหรือไม่มีคุณสมบัติในการครอบครอง  

นายอรรถพล ทิ้งท้ายว่า ณ วันที่มีมติครม.ปี 2566 แต่ในวันนี้มีปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจำเป็นต้องเสนอให้ยกเลิก มติ ครม.หรือไม่นั้น จะต้องนำมาพิจารณาในชั้นคณะกรรมการของกระทรวงทรัพยากรฯต่อไป เมื่อได้ข้อสรุป ก็จะสามารถเสนอต่อครม.ชุดปัจจุบันได้พิจารณาหรือมีมติใหม่ 

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หากท้ายสุดต้องเพิกถอนเขตอุทยาน จะทำให้คดีความ 493 แปลง ได้รับประโยชน์ไปด้วยหรือไม่ นายอรรถพล ระบุว่า ไม่มีผล เพราะ มติ ครม.ปี 2566 ระบุชัดเจนว่า เพราะคดีความวัดกันที่เวลาที่ก่อเหตุ ซึ่งต้องพิจารณาตามหลักฐาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง