"ศุภมาส" ขยับ! สั่ง สคบ. ปูพรมตรวจร้านค้าย่านห้วยขวาง ปมฉาวรับสแกนเงินหยวนไม่ผ่านระบบไทย

"ศุภมาส" ขยับ! สั่ง สคบ. ปูพรมตรวจร้านค้าย่านห้วยขวาง ปมฉาวรับสแกนเงินหยวนไม่ผ่านระบบไทย พร้อมฮึ่มใส่พวกหัวหมอ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ย้ำหากเจอไม่ติดป้ายราคา สั่งกระทรวงพาณิชย์ฟันไม่เลี้ยง
(5 มิ.ย. 69) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวร้านค้าย่านห้วยขวางลักลอบรับสแกนจ่ายเงินหยวนว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่เห็นตามที่ปรากฏในหน้าสื่อแล้ว ซึ่งจะได้สั่งการให้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างเร่งด่วน พร้อมยอมรับว่าย่านห้วยขวางเป็นแหล่งที่มีชาวจีนเข้ามาประกอบธุรกิจจำนวนมาก โดยหลังจากนี้จะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบประชาชน นางสาวศุภมาส ชี้แจงว่า ตั้งแต่ดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัสในอดีตที่มีข้อห่วงใยกัน ก็แทบจะไม่พบปัญหาผู้ค้าฉวยโอกาสเลย พอมาถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีเพียง 1 เคสเท่านั้น ซึ่งเมื่อวานนี้ทาง สคบ. ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านรถเข็นตามที่ปรากฏในข่าว แต่พบว่าร้านปิดบริการ อย่างไรก็ตามตามกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ สินค้าทุกชนิดในประเทศไทยจะต้องปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน หากร้านใดไม่ติดป้ายถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที
นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบยอดเงินทุกครั้งก่อนทำการสแกนจ่ายเงินในโครงการ หรือแม้กระทั่งการรูดบัตรเครดิตและสแกนจ่ายแบบปกติ ที่ผู้ค้าจะเป็นผู้กดระบุจำนวนเงิน หากพบว่าราคาสินค้าไม่ตรงตามที่ป้ายระบุไว้ ผู้บริโภคมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจ่ายเงินได้ทันที และสามารถแจ้งเบาะแสความผิดมายังกระทรวงพาณิชย์ได้ตลอดเวลา
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ผ่านมา มั่นใจว่าพ่อค้าแม่ค้ากว่า 99% ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ และจากรายงานของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย สส. ในพื้นที่ ที่ได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสจริง ต่างก็พบแต่เสียงชื่นชมและรอยยิ้มจากประชาชน เพราะโครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเห็นผล พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อก็ได้ของเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ดังนั้นภาพรวมเรื่องร้องเรียนร้ายแรงในโครงการนี้จึงยังไม่มี ยืนยันรัฐบาลจะกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน




