“สว.อังคณา” ยกแถลงการเรียกร้อง กรรมการ ป.ป.ช. ลาออก - ระบุปัญหา รธน.60

“สว.อังคณา” ยกแถลงการการณ์เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เรียกร้องกรรมการที่ถูกพาดพิงว่ารับสินบนทองแท่ง ควรลาออกโดยสมัครใจ - ชี้เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ยกเลิกกลไกลการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระโดยประชาชน ที่เคยมีในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550
(8 ม.ค. 69) จากกรณีที่อดีตคนสนิทของ “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาแฉและเปิดหลักฐานว่ามีการติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. เป็นทองคำแท่งหนัก 246 บาท ทำให้การทำงานของ ป.ป.ช. ตกอยู่ในกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ จนล่าสุดมีการเผยแพร่เอกสารคำแถลงการณ์ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุเนื้อหาว่า
.
“พวกเราข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน กรณีที่ปรากฏเป็นข่าว การกล่าวหาการให้สินบนด้วยทองคำแท่ง ซึ่งพาดพิงถึงกรรมการ ป.ป.ช.
.
และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และศักดิ์ศรีขององค์กร ป.ป.ช. ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตของประเทศ แม้กระบวนการทางคดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ผลกระทบต่อความไว้วางใจของสังคมได้เกิดขึ้นแล้วอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
.
ตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. มิใช่ตำแหน่งทางการเมือง และไม่อาจยึดมาตรฐานแบบนักการเมืองที่ยื้อเก้าอี้ด้วยข้ออ้างว่า “ยังไม่ถูกตัดสิน” ได้ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ป.ช. ต้องยืนอยู่บนมาตรฐานจริยธรรมที่สูงกว่า
.
ต้องปราศจากข้อเคลือบแคลง และต้องกล้ารับผิดชอบต่อองค์กรก่อนประโยชน์ส่วนตน การคงอยู่ในตำแหน่งท่ามกลางข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ย่อมบั่นทอนความเป็นอิสระของกระบวนการตรวจสอบ และทำลายศรัทธาของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ถูกกล่าวหายังเป็น อดีตผู้พิพากษา ซึ่งเคยดำรงสถานะของตุลาการ ผู้เป็นเสาหลักของความยุติธรรมในสังคม พวกเราขอย้ำว่า เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของตุลาการมิใช่สิ่งที่รักษาได้ด้วยการยึดตำแหน่งไว้
แต่ต้องรักษาด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรม การตัดสินใจถอยออกมาเพื่อปกป้องศรัทธาของสาธารณชน คือการรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นผู้พิพากษาอย่างแท้จริง ไม่ใช่หลังขั้นตอนทางกฎหมาย
.
พวกเราข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ต้องการเห็นองค์กรเดินซ้ำรอยบาดแผลในอดีต จากคดีที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการก้าวก่าย แทรกแซง และการใช้ดุลพินิจที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ซึ่งยังคงเป็นรอยด่างบนใบหน้าของ ป.ป.ช. มาจนถึงวันนี้ เช่น กรณีคดีนาฬิกาหรู
.
ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาว่า กรรมการ ป.ป.ช. ที่ตกอยู่ภายใต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ควรลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ เพื่อปกป้ององค์กร รักษาศรัทธาของประชาชน และยืนยันว่า ป.ป.ช. ยังยึดมั่นในความถูกต้อง ไม่เหมือนนักการเมือง และยังเคารพศักดิ์ศรีของตุลาการอย่างแท้จริง
.
ทั้งนี้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ขอยืนยันว่า พวกเรายังยืนหยัดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตโดยตลอดไป”
.
ล่าสุด นางอังคณา นีละไพจิตร วุฒิสมาชิก ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยยกเอาคำแถลงดังกล่าวขึ้นมา พร้อมระบุว่า
.
“#สว. มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ แต่ไม่มีอำนาจถอดถอนโดยตรง
แถลงการณ์ของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เรียกร้องกรรมการ ปปช. ที่ถูกกล่าวหา อย่างตรงไปตรงมา ให้ #ลาออกโดยสมัครใจ โดยไม่ควรยื้อเก้าอี้ด้วยข้ออ้างว่า “#ยังไม่ถูกตัดสิน” เพื่อปกป้ององค์กร และรักษาศรัทธาของประชาชน โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงอดีตผู้พิพากษา
.
ปัญหาหนึ่งของรัฐธรรมนูญ 2560 คือ #การยกเลิกกลไกการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระโดยประชาชน ดังที่เคยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2540 และ 2550 โดยรัฐธรรมนูญ 60 กำหนดให้มีกลไกการตรวจสอบองค์กรอิสระโดย ปปช. (ตรา 234 -235) ผ่านการใช้หลักจริยธรรม โดยการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยเป็นหลัก
.
กรณี ปปช. ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทำการตามมาตรา ๒๓๔ (๑) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง (รัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 236)”
.
(ภาพ Panumas Sanguanwong / Thai News Pix)




