"นันทนา"ขอศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ 136 สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกแจ้งข้อหาคดีฮั้วเลือก สว.
"นันทนา"เผยคืบหน้ากรณีรวบรวมรายชื่อ สว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาถอดถอน สว. 136 คน ออกจากตำแหน่ง - หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกแจ้งข้อหาคดีฮั้วเลือก สว.
(6ส.ค.68) ที่ รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวถึงกรณีรวบรวมรายชื่อ สว. เพื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาถอดถอน สว. 136 คน ออกจากตำแหน่ง กรณีเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 ว่าด้วย สว.ต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ พร้อมกับขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนการเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระ ว่า จากการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบว่า สว. 136 คนนั้นมีส่วนสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งถูกแจ้งข้อหาในคดีฮั้วเลือก สว. และฟอกเงิน ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญสามารถเรียกพยานหลักฐานจากดีเอสไอได้ จึงชัดเจนว่าจะเอาผิดได้
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ในคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ สว. 136 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนนั้น เพราะมองว่าหากปล่อยให้ทำหน้าที่ถึงเดือนมีนาคม 2569 จะทำให้มีบุคลากรในองค์กรอิสระซึ่งถูกคัดเลือกจาก สว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งอาจถูกข้อกังขาต่อผลที่เกิดขึ้น จึงต้องป้องกันเพื่อไม่ให้หายนะเกิดขึ้น
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในเดือนสิงหาคม จะมี กกต.ครบวาระ 2 คน และต้องเลือกใหม่ หากให้ สว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินการเลือกจะกลายเป็นผลประโยชน์ขัดกัน ดังนั้นต้องหยุดการกระทำเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า และคนที่วินิจฉัยนั้นต้องไม่ใช่คนที่ถูกเลือกจาก สว.ที่ถูกข้อกล่าวหา ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สว.ที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และหากมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง จึงจะเลื่อน สว.สำรองขึ้นมาทำหน้าที่
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานวุฒิสภาจะใช้มาตรฐานเดียวกับ สว.เสียงข้างมากที่เคยส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรับเรื่องช่วงเช้า และส่งศาลรัฐธรรมนูญตอนบ่ายทันที หวังว่าจะได้รับการปฏิบัติมาตรฐานเดียวกัน” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าตั้งแต่มีข่าวปรากฏว่า สว.กลุ่มอิสระ จะยื่นเรื่องถอดถอน สว.พบว่ามีปฏิบัติการคลื่นใต้น้ำ โทรศัพท์ล็อบบี้ให้ถอนชื่อ ดังนั้นตนจึงขอไม่เปิดเผย สว.ที่ร่วมเข้าชื่อ จนกว่าคำร้องจะถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกังวลใจมากต่อปฏิบัติการคลื่นใต้น้ำ และบล็อกไม่ให้ดำเนินการ และกังวลถึงเรื่องความปลอดภัย เพราะ สว.เสียงข้างมากมีเครื่องมือทำลายล้าง สว.เสียงข้างน้อย เช่น กลไกของกรรมการจริยธรรม ที่ตนถูกยื่นเรื่องตรวจสอบกรณีของ สว.ขายหมู ซึ่งพบว่ากรรมการจริยธรรม 22 คน มีเสียงข้างมากเป็นส.ว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 17 คน ซึ่งมีความพยายามกีดกันพยานและใช้การลงมติเสียงข้างมากเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงเพื่อส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
“นอกจากนั้นแล้ว น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ยังเกือบถูกชกหน้า ที่หน้าห้องประชุมสภา แต่มี นพ.วีระพันธุ์ สุวรรณามัย สว.ช่วยกันไว้ จึงถือเป็นปฏิบัติการทางร่างกาย บดขยี้ สว.เสียงข้างน้อย ดังนั้นการลงชื่อครั้งนี้ ใครที่ลงชื่อเป็นผู้ที่เสียสละและกล้าหาญต้องปกป้องให้ถึงที่สุดจนกว่าเรื่องจะส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ” น.ส.นันทนา กล่าว
ข่าวเวิร์คพอยท์23




