วิสาหกิจรับได้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่ให้รัฐเยียวยา

Tum1
วิสาหกิจรับได้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่ให้รัฐเยียวยา

วิสาหกิจปลูกกัญชารับได้ ถ้ากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่ให้รัฐบาลเยียวยาโรงเรือน-โรงอบ

วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ที่ จ.อุทัยธานี จากกรณีที่มีสัญญาณว่า จะมีการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง กลุ่มผู้ปลูกกัญชา เริ่มเตรียมรับมือและปรับตัว โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกสมุนไพรทางการแพทย์ ที่เริ่มยุติการปลูกกัญชา เพื่อรอดูความชัดเจน โดยวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชสมุนไพรทางการแพทย์ บ้านหนองมะกอก ในพื้นที่หมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง ที่ยุติการปลูกกัญชา และปล่อยโรงเรือนและโรงอบให้ทิ้งร้าง ซึ่งมูลค่าของโรงเรือนเพาะปลูกต้นกัญชาและโรงอบนี้ มีมูลค่ามากว่า 1 ล้านบาท ส่วนต้นกัญชาที่มี ก็ทยอยจำหน่ายออกไป เหลือไว้เพียงไม่กี่ต้น

นายรพีรัฐ ถิระการ ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ บ้านหนองมะกอก กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจฯ มีสมาชิกทั้งหมด 70 คน ปลูกและเก็บช่อดอกกัญชา ส่งให้กับทางโรงพยาบาล ส่วนอื่นๆของต้นกัญชา ก็แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แชมพู , ยาหม่อง , ลูกประคบ และสเปย์ฉีดบำรุงเส้นผม ส่งขายตามโรงพยาบาล ร้านนวดแผนไทย และร้านขายผลิตภัณฑ์กัญชาต่างๆ

ที่ผ่านมา สมาชิกมีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่าคนละ 10,000-20,000 บาท ไม่รวมกับเบี้ยปันผลรายปีอีก 8% แต่ตอนนี้ เริ่มมีการเสนอให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง ทางวิสาหกิจชุมชนแทบทุกที่ เริ่มพากันยุติการปลูกกัญชาไว้ก่อน เพื่อรอดูความชัดเจน ซึ่งต้นทุนของโรงเรือนปลูกนั้น มูลค่ามากกว่า 200,000 บาท ส่วนโรงอบ มีมูลค่า 800,000 บาท 

วิสาหกิจรับได้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่ให้รัฐเยียวยา

ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องดีที่จะนำกัญชากลับเข้าเป็นยาเสพติดเหมือนเดิม เพราะน่าจะช่วยควบคุมการใช้กัญชาในกลุ่มนักเรียน เด็กและเยาวชนได้ รวมไปถึงผู้ที่เปิดขายเสรีและไม่ได้ขึ้นทะเบียนด้วยเช่นกัน แต่อยากให้ทางรัฐบาล คงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเอาไว้ ให้เดินหน้าต่อเหมือนเดิม หรือหากจะต้องยุติเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็อยากให้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยากลุ่มวิสาหกิจทุกกลุ่มที่ลงทุนกันไป 

วิสาหกิจรับได้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่ให้รัฐเยียวยา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง