น้ำตาซึม! ปลัดแม่ริมลุยขึ้นดอยช่วยชายวัย 62 ป่วยอัลไซเมอร์ ร่ำไห้ชวดสิทธิ์บัตรคนจน เหตุชื่อตกหล่น

ปลัดอำเภอแม่ริมนำทีมลุยขึ้นดอย ช่วยเหลือชายวัย 62 ปี ป่วยอัลไซเมอร์ หลังร่ำไห้กลางธนาคารเหตุยืนยันสิทธิ์บัตรคนจนไม่ได้ ตรวจสอบพบชื่อตกสำรวจ ล่าสุดเร่งคีย์ข้อมูลเข้าระบบช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว
(7 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายเช่า ชาวตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางลงจากบ้านพักบนดอยไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม ซึ่งตั้งอยู่ในตัวอำเภอและห่างจากบ้านกว่า 30 กิโลเมตร เพื่อยืนยันสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน รอบใหม่ (ปี 2569) เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าระบบไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ทำให้นายเช่าถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และกลายเป็นกระแสข่าวตามสื่อต่างๆ
ล่าสุด นายประเสริฐศักดิ์ บุตรสา ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนใหญ่อำเภอแม่ริม ได้มอบหมายให้ นางสาวณัฐรดา เมืองลือ พัฒนาการอำเภอแม่ริม, นายธีรวัฒน์ ณ ลำพูน ปลัดอำเภอ, นางสาววิจิตรา ศรีแก้วขัน พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลโป่งแยง และนายจื่อ รัตนดิลกกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านแม่สาใหม่ ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของนายเช่า ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลโป่งแยง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
จากการตรวจสอบข้อมูลตามทะเบียนราษฎร และข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2568 พบว่าครอบครัวเดิมของนายเช่ามีอาชีพทำไร่ทำสวน มีพื้นที่ทำกินราว 3 ไร่ มีสมาชิกที่มีชื่อในทะเบียนบ้านรวมกัน 9 คน ประกอบด้วยลูกชาย 3 คน ลูกสะใภ้ 2 คน และหลานอีก 2 คนที่กำลังเรียนหนังสือ
ส่วนตัวนายเช่านั้นมีปัญหาด้านสุขภาพ ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ปัจจุบันต้องรับยารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และไม่ได้ทำงานมานานกว่า 2 ปีแล้ว
ในอดีตนายเช่าเคยยื่นขอบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อปี 2565 แต่เนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วนสมบูรณ์จึงไม่ได้รับสิทธิ์ ต่อมาได้ย้ายไปใช้ชีวิตกับภรรยาคนที่ 2 ในพื้นที่หมู่ 10 บ้านแม่สาน้อย ตำบลโป่งแยง แต่ปัจจุบันได้แยกทางกัน ทำให้นายเช่าต้องกลับมาอาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง และไม่มีชื่อปรากฏในฐานข้อมูลสำรวจของภาครัฐ
กระทั่งรัฐบาลเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยืนยันตัวตนรอบใหม่ ระหว่างวันที่ 4 - 21 มิถุนายนนี้ นายเช่าซึ่งทราบข่าวจากเพื่อนบ้านและสื่อโทรทัศน์ จึงยอมเหมารถเดินทางลงจากดอยไปที่ธนาคารด้วยความหวังว่าจะได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์หลั่งน้ำตาดังกล่าว
หลังจากคณะปลัดอำเภอและพัฒนาการอำเภอเข้าตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว พบว่านายเช่าเข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือทุกประการ แต่เนื่องจากเป็นรายชื่อที่ตกหล่นจากการสำรวจรอบที่ผ่านมา ทางอำเภอจึงได้รีบลงข้อมูลในระบบ ThaiID ให้นายเช่าใหม่ เพื่อส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังตรวจสอบสิทธิ์อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทำการรับรองข้อมูลและทำประชาคมหมู่บ้านรองรับสถานะรายใหม่อย่างถูกต้อง พร้อมชี้แจงทำเข้าใจขั้นตอนทั้งหมดให้นายเช่าสบายใจเรียบร้อยแล้ว




