ผ่านหรือไม่ผ่าน? “ชัชชาติ” แถลงผลงาน 2 ปี

ข่าวเวิร์คพอยท์
ผ่านหรือไม่ผ่าน? “ชัชชาติ” แถลงผลงาน 2 ปี

“ชัชชาติ” แถลงผลงานมิดเทอม “2 ปี ทำงาน เปลี่ยน ปรับ ยกระดับเมืองน่าอยู่” ให้คะแนนตัวเอง 5 เต็ม 10 เพราะบางเรื่องยังล่าช้าอยู่ แต่ไม่ท้อ ยังสนุกกับงาน

(28 พ.ค. 67) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำทีมรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โชว์ผลการทำงานในโอกาสครบรอบ 2 ปี ภายใต้ชื่อ “2 ปี ทำงาน เปลี่ยน ปรับ ยกระดับเมืองน่าอยู่”

นายชัชชาติ กล่าวว่า  2 ปีผ่านไปไวมาก ส่วนตัวยังรู้สึกสนุกกับการทำงานอยู่ ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครเป็นเมืองเที่ยวสนุก มีนักท่องเที่ยวสูงถึง 23-24 ล้านคนต่อปี แต่กลับเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพต่ำ ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ของประชาชนมีต้นทุนสูง ทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การใช้เวลารอนาน พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจมีน้อย ทำให้คนเหนื่อย

หัวใจสำคัญ จึงต้องพยายามเพิ่มประสิทธิภาพเมือง เพื่อให้น่าอยู่มาขึ้น ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาปรับทัศนคติของข้าราชการ ให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช้ยึดผู้ว่าฯ เป็นสำคัญ พร้อมนำเทคโนโลยี Traffy Fondue มาให้บริการประชาชน โดยที่ผ่านมามีการแจ้งเรื่องร้องเรียนถึง 592,768 เรื่อง ซึ่งส่วนตัวมองว่า สะท้อนถึงความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกทม. ให้ช่วยแก้ไขปัญหา เพราะรัฐบาลมี Traffy Fondue นานแล้ว แต่ประชาชนไม่ใช้ ทั้งนี้ กทม. ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาไปแล้วกว่า 4.6 แสนเรื่อง เพราะไม่ต้องรอผู้ว่าฯ สั่งการ ส่งผลให้ลดระยะเวลาในการใช้แก้ปัญหาจากเดิม 2 เดือน เหลือเฉลี่ยเพียง 2 วันในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงทางเท้า ทั้งเปลี่ยนไฟส่องสว่าง เป็น LED 85,000 ดวง มีระบบ IoT แจ้งสถานะการทำงานของหลอดไฟ แก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอย 257 จุด ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะต้องหาจุดสมดุลให้คนสามารถเดินเท้าได้ และคนขายยังลืมตาอ้าปากได้ด้วย รวมถึงได้ปรับปรุงทางเท้าให้พื้นเรียบเสมอกัน เพื่อคนพิการให้ใช้งานสะดวกและปลอดภัยขึ้น

ส่วนปัญหาฝนตก น้ำไม่ระบาย ทำให้ประชาชนเดินทางลำบาก เป็นปัญหาเรื้อรัง และมีข้อจำกัดเรื่องท่อระบายน้ำ แต่ก็ได้แก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากไปแล้ว 278 จุด จากทั้งหมด 737 จุด ทั้ง ล้างท่อ และขุดลอกคลอง นอกจากนี้ยังได้เพิ่มพื้นที่สาธารณะ ศูนย์กีฬา ปรับปรุงสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้เพิ่มกว่า 935,000 ต้นจากเป้าหมาย 1 ล้านต้น เพื่อเพิ่มต้นทุนคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน มีโครงการตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคนให้คนกรุงจนถึงเดือนกันยายน 2567 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุข

ส่วนการทำงานของข้าราชการที่ล่าช้า ไม่โปร่งใส ประชาชนต้องเสียเงิน เสียเวลา ที่ผ่านมามีร้องเรียนถึง 781 เรื่อง ตรวจสอบแล้วมีมูล 56 เคส ได้ส่งต่อไปยัง ปปช. และปปท. แล้ว 5 เคส รวมถึงมีคำสั่งให้ข้าราชการทุจรติออกจากราชการไปแล้ว 29 เคส และยังอยู่ระหว่างการกำลังพิจารณาอีก 12 เคส นอกจากนี้ยัง กทม. ยังได้ใช้หนี้ BTS ไปแล้ว 23,000 ล้านบาท ซึ่งก้าวต่อไปจะเสนอให้รัฐบาบยกเลิกมาตรา 44 และโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของ กทม.

นายชัชชาติ ยังบอกอีกว่า สิ่งที่ทำทั้งหมดนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ประชาชนเป็นศูนย์กลางและเกิดความคุ้นชิน จึงเชื่อว่าหากหมดวาระ 4 ปีในการดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว สิ่งที่ทำจะยังคงอยู่แน่นอน และยังสามารถเป็นโมเดลให้กับจังหวัดอื่นได้ด้วย

ทั้งนี้ หากต้องให้คะแนนการทำงานของตัวเอง จะให้กลางๆ 5 คะแนน เพราะยังมีบางนโยบายที่ยังล่าช้า โดยเฉพาะการปรับปรุงป้ายรถเมล์ และการทำงานของข้าราชการที่ลักษณะผักชีโรยหน้า เพราะยังมีกลุ่มผลประโยชน์ที่ฝังตัวมายาวนาน จึงต้องแก้ไข อย่างเข้มงวด ไม่ท้อถอย และผลักดันการแก้กฎระเบียบที่ยังล้าหลัง

อย่างไรก็ตาม กทม. ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกหลายอย่าง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ที่ปัญหาขยะ ยังมีประชาชนร้องเรียนทุกวัน ว่า มีขยะตกค้าง เก็บขยะไม่เรียบร้อย โดยจะเร่งสร้างโรงเผาขยะ 2 แห่งในพื้นที่อ่อนนุชและหนองแขม คาดเปิดใช้งานได้ปี 2568 และจะลดอัตราการฝังหลบขยะ จาก 54% ให้เหลือ 21% เชื่อจะประหยัดงบกำจัดขยะได้ราว 172 ล้านบาทต่อปี รวมถึงมีแผนจะเปลี่ยนแปลงรถขยะระบบสันดาปดีเซล เป็นรถ EV หรือรถพลังงานไฟฟ้า ที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายและพลังงานต่ำกว่าเดิม เพื่อความยั่งยืนในการพัฒนาเมืองด้วย

ส่วนภาพรวมการเดินทางของประชาชน จะส่งเสริมการใช้บริการรถสาธารณะโดยเฉพาะรถเมล์ โดยจะมีการติดตั้งป้ายรถเมล์ดิจิทัล 500 ป้าย เพิ่มตัวเลือกการเดินทาง จากบ้านไปรถไฟฟ้า จากรถไฟฟ้าไปที่ทำงาน ปรับปรุงเส้นทางรถจักรยาน ในพื้นที่ที่สามารถทำได้ ทำสกายวอล์ก คาร์แชร์ริ่ง เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการเดินทางให้กับประชาชน รวมถึงจะปรับสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจร โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด 541 แยก

ด้านสาธารณสุข จะจัดทีมเข้าเคลื่อนที่เร็วไปสู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย รวมถึงจะปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุข  เพิ่มโรงพยาบาลใหม่ 4 แห่ง ในพื้นที่ภาษีเจริญ สายไหม ทุ่งครุ ดอนเมือง ซึ่งจะขยายเตียงรองรับประชาชนเพิ่มได้ 1,272 เตียง และขยายประสิทธิภาพสาธารณสุขได้ถึง 30%

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการพัฒนาคน คือการพัฒนาเมือง จึงมีแผนจะเพิ่มสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษา ให้สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง