ปชน.เสนอ 2 ข้อให้สภาฯ เร่งขยับการทำประชามติ เปิดทางรัฐธรรมนูญฉบับบใหม่

ปชน.เสนอ 2 ข้อให้สภาฯ เร่งขยับการทำประชามติ เปิดทางรัฐธรรมนูญฉบับบใหม่ หลังศาล รธน.ให้ทำประชามติ 3 ครั้ง เชื่อยังไม่ได้ปิดทางให้ประชาชนเลือก สสร.
เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องแถลงข่าว รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีมติเสียงข้างมาก หากจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องจัดทำประชามติ 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 และ 2 จัดพร้อมกันได้ และเป็นการปิดทางไม่ให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร.
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคประชาชนยืนเป้าหมายสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาประเทศ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง (สสร.) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อตกลง MOA ที่พรรคประชาชน ได้จัดทำกับพรรคภูมิใจไทย
วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนแล้ว ว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องมีการทำประชามติทั้งหมด 2 รอบ ได้แก่
ประชามติรอบที่ 1 เพื่อสอบถามประชาชนพร้อมกันใน 2 ประเด็น
- เห็นด้วยหรือไม่ ว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
- เห็นด้วยหรือไม่ กับวิธีการและเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามร่างแก้ไขฯ หมวด 15 ที่รัฐสภาเห็นชอบ
ประชามติรอบที่ 2 เพื่อสอบถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับร่างรัฐธรรนมูญฉบับใหม่

ดังนั้น หลังจากนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า ควรเดินหน้าสู่การจัดทำประชามติรอบที่ 1 พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นจากการยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน หลัง ครม.ใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะกระทำการได้หลังจากที่รัฐสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 เพื่อเพิ่มกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคประชาชน มีข้อเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ และ สส.ให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้
1.) สส.จากแต่ละพรรคการเมือง ควรยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 เข้าสู่รัฐสภาโดยเร็ว ซึ่งไม่ควรเกินสัปดาห์หน้า เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดทำประชามติรอบที่ 1 ได้ทันพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นจากการยุบสภาภายใน 4 เดือน หลัง ครม.ใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งปัจจุบัน สส. พรรคประชาชน และ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นร่างต่อประธานรัฐสภา และถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภามาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น พรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ควรพิจารณารวบรวมเสียง สส.รัฐบาล เพื่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 ของตนเองเข้าสู่รัฐสภาโดยเร็ว เพื่อส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายตาม MOA
และแม้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” แต่พรรคประชาชนเห็นว่า คำวินิจฉัยดังกล่าว อาจยังไม่ได้ปิดประตูต่อการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง เนื่องจาก รัฐสภาสามารถออกแบบกลไกให้ สสร.ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ สสร.จัดทำมาที่รัฐสภา ก่อนส่งไปทำประชามติกับประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูรายละเอียดในคำวินิจฉัยฉบับเต็ม

2.) สส.จากแต่ละพรรคการเมือง ควรร่วมกันผลักดันให้มีการเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 ในวาระที่ 1 ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เนื่องจากเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารโดยตรง
หัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าว จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะทำให้เป้าหมายในการจัดทำประชามติรอบที่ 1 พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นจากการยุบสภาภายใน 4 เดือน หลัง ครม.ใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นจริงได้
สุดท้าย พรรคประชาชน ยืนยันว่า จะทำหน้าที่เต็มที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน เพื่อดำเนินการตรวจสอบ , เสนอแนะ และผลักดันรัฐบาลใหม่ ให้บริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน และเดินหน้าสู่การปลดล็อกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ใน MOA - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน
