"อนุทิน"ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ที่ซิดนีย์ ยกไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน

ข่าวเวิร์คพอยท์
"อนุทิน"ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ที่ซิดนีย์ ยกไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน

"อนุทิน"ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ที่ซิดนีย์ ยกไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน เผยยอด BOI ทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท

(18ส.ค.69) เวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์) ณ โรงแรม Crown Towers เครือรัฐออสเตรเลีย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” ในหัวข้อ "Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth" โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของประเทศไทยว่าไม่ได้มีเพียงตลาดภายในประเทศที่มีประชากร 66 ล้านคน แต่ยังมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการค้าที่เข้มแข็ง การลงทุนในไทยจึงหมายถึงการเข้าถึงตลาดภูมิภาคอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน

นอกจากนี้ ในปี 2570 ไทยและออสเตรเลียจะฉลองครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และไทยเตรียมรับหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2571 ซึ่งรัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลก

จากรากฐานความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ออสเตรเลีย ที่มีมานานกว่า 2 ทศวรรษ นายกรัฐมนตรีมองเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมใน 5 สาขาสำคัญ ได้แก่ :

  1. เกษตรกรรมและอาหาร
  2. พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน
  3. อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์
  4. การผลิตขั้นสูง
  5. การศึกษา

ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนให้เห็นชัดเจนจากยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2568 ที่พุ่งทำสถิติสูงสุดถึง 80,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1.87 ล้านล้านบาท) เติบโตขึ้นถึง 67% และในครึ่งแรกของปี 2569 มียอดคำขอแล้วกว่า 61,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เดินหน้า 3 นโยบายหลักเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ได้แก่

  • Thailand FastPass: ลดขั้นตอนการอนุมัติให้รวดเร็วขึ้น
  • Skill Bridge: พัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต (AI, เทคโนโลยีชีวภาพ, ดิจิทัล)
  • Utility Green Tariff: เพิ่มทางเลือกให้ธุรกิจเข้าถึงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รองรับเทรนด์ลดคาร์บอน

ภายในงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เชิญบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 53 แห่ง อาทิ ANCA (การผลิตขั้นสูง), Canva (เทคโนโลยีการออกแบบ) และ Hastings (เหมืองแร่) มาร่วมจับคู่เครือข่ายกับยักษ์ใหญ่ของไทย เช่น ไทยเบฟเวอเรจ, กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์, ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บี.กริม เพาเวอร์ และกลุ่มมิตรผล

เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจระบุว่า งานนี้ช่วยเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายโดยตรง และทำให้นักลงทุนออสเตรเลียเห็นทิศทางนโยบายรวมถึงโอกาสการลงทุนในประเทศไทยได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ที่มา : รัฐบาลไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง