"แสวง"ขอบคุณ"ประชาชน"ช่วยพัฒนาการเลือกตั้งของประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 29

ข่าวเวิร์คพอยท์
"แสวง"ขอบคุณ"ประชาชน"ช่วยพัฒนาการเลือกตั้งของประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 29

"แสวง"ขอบคุณ"ประชาชน"ช่วยพัฒนาการเลือกตั้งของประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 29 ภายใต้แนวคิด “สุจริตโปร่งใส เป็นกลางและเที่ยงธรรม”

(9มิ.ย.69) ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวสรุปภาพรวมผลของกกต. กล่าวว่า ขอขอบคุณเครือข่าย ประชาชน และสื่อ ตลอดเวลา 28 ปีที่ผ่านมาสำนักงาน กกต.ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนภาควิชาการ สื่อมวลชนและประชาชนทั้งประเทศในการร่วมกันขับเคลื่อนและธำรงรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสำนักงาน กกต.ขอขอบคุณทุกความร่วมมือ ทุกความเห็น ทุกข้อเสนอแนะ ทุกการตรวจสอบจากสังคม เพราะนี่คือปัจจัยและเป็นพลังอันสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งของประเทศไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำให้ กกต.สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเต็มกำลัง 

"ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของประชาชนต่อองค์กรภาครัฐไม่ได้อยู่เพียงการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายอีกต่อไป แต่ความสำคัญคือการเลือกตั้งโปร่งใส รวดเร็วและสะดวก ในการเข้าถึงข้อมูลรวมถึงตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง กกต.ได้ตระหนักดีว่าความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้วัดเพียงจำนวนการเลือกตั้งที่จัดให้แล้วเสร็จตามเวลาแต่จะวัดจากความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตยโดยรวม"นายแสวงกล่าว 

นายแสวง ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งท้องถิ่นมีการเลือกตั้งระดับประเทศรวมถึงการกระทำประชามติพร้อมการเลือกตั้งครั้งแรก การปฏิบัติภารกิจของสำนักงาน กกต.จึงอยู่บนหลักการภายใต้ 28 ปี กกต. การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม สำหรับก้าวต่อไป กกต.มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่อนาคต ภายใต้กรอบแนวคิด “สุจริตโปร่งใส เป็นกลางและเที่ยงธรรม” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งและการยอมรับร่วมกันของประชาชนภายใต้กรอบกฎหมายและมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งเทคโนโลยีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตลอดจนความคาดหวังของสังคมที่มีต่อองค์กรภาครัฐ โดยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากผู้จัดการเลือกตั้งเป็นองค์กรขับเคลื่อนความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยที่จะสร้างความไว้วางใจจากประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน จึงกำหนดทิศทางการทำงานพร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง 5 ด้าน คือ 

1.ยกระดับการเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งที่ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดความผิดพลาดและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเข้าถึงบริการของ กกต.ได้ทุกที่ ทุกเวลา

2.เปิดเผยข้อมูลมากขึ้นสื่อสารกับประชาชนมากขึ้นรับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้นโดยจะปรับพัฒนาระบบข้อมูลสาธารณะ ให้เขาถึงง่ายเข้าใจง่ายและตรวจสอบได้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการเฝ้าระวังและพัฒนาการกระบวนการเฝ้าระวังไปด้วยกัน และทำกิจกรรมคิดก่อนแชร์ 

3.พัฒนาการเมืองให้มีประสิทธิภาพทันสมัยและเป็นธรรม นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการสืบสวน สอบสวน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางการเมืองบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนเพื่อการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาคและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

4.สร้างพลเมืองประชาธิปไตยยุคใหม่โดยมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมหน้าที่พลเมืองของประชาชนในทุกช่วงวัย

5.ปรับองค์กรเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีสมรรถนะสูงโดยทบทวนการทำงาน ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัว พัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล พร้อมนำระบบการจัดการสมัยใหม่มาใช้เพื่อให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"กกต.เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งที่ดีไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่จะเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็งจะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าทุกคะแนนเสียงของตนเองมีความหมายทุกกระบวนการมีความโปร่งใสและทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม การก้าวเข้าสู่ปีที่ 29 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสุจริต โปร่งใส เป็นกลางและเที่ยงธรรม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและพร้อมปรับตัวเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย โปร่งใสและใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อการเลือกตั้งและกกต.ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น" นายแสวง กล่าว 

เมื่อถามว่า กกต.จะปรับตัวอย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายแสวง กล่าวว่า จากคติพจน์ใหม่ที่ระบุว่า สุจริต โปร่งใส เป็นกลางและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติให้เห็นว่า กกต.ต้องทำให้ได้ ซึ่ง กกต.มีแผนการดำเนินงานอยู่แล้ว ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่มีต่อประชาชน ถ้าทำได้ตามคติพจน์ทั้ง 4 ประโยค ซึ่งเป็นรากฐานขั้นต่ำของการเลือกตั้งในทุกประเทศ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง ทุกคนมีชุดความรู้หรือทัศนคติเรื่องการเมือง ถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัว แต่เมื่อมาทำงานที่ กกต.ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง ส่วนสิทธิเสรีภาพก็ยังมีเหมือนเดิม แม้เราจะมีความเป็นกลางก็มีสิทธิเลือกตั้ง เราไม่รู้ว่ากาให้ใคร แต่เวลาปฏิบัติหน้าที่ต้องทำด้วยความเป็นกลาง สุจริตคือ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ประชาชน และผู้จัดการการเลือกตั้งก็ต้องสุจริต นอกหน่วยและนายหน่วยก็ต้องสุจริตด้วย  

 นายแสวง กล่าวต่อไปว่า ขณะที่คำว่าเที่ยงธรรมคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงและตรง คือใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน  ซึ่ง กกต.ก็ได้มีการซักซ้อมว่าจะเดินไปแบบนี้ พนักงานถูกฝึกมาเรื่องแบบนี้ ในเรื่องของการทำงาน ซึ่งตนยืนยันแทนพนักงานได้ เราจะไม่มีข่าวเรื่องทุจริต แม้จะถือสำนวน เราพยายามฝึกพนักงาน ให้เป็นแบบนี้ แต่สิ่งที่ต้องได้มากกว่านั้นคือต้องทำอย่างไรสิ่งที่เราทำทุกอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งแผนและโครงการขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเสนอให้ กกต.เห็นชอบ แต่ในคติพจน์นั้น กกตให้ความเห็นชอบแล้ว 

เมื่อถามว่า กกต.ระบุพร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จะพร้อมเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นทางเพจเฟซบุ๊กสำนักงานหรือไม่ หลังปอดมานาน นายแสวง กล่าวว่า จริง ๆ สำนักงานก็อยากเปิด ถ้าเป็นความเห็นเราพร้อมรับฟัง เช่นคนตำหนิเลขาหรืออะไรก็แล้วแต่เราพร้อมรับฟัง แต่สิ่งที่คอมาเมนท์คือคำพูดไม่สุภาพ เป็นคำด่า ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่เป็นคำพูดหยาบคาย ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยไม่ควรเป็นเช่นนี้ หากเป็นความเห็น กกต.พร้อมรับฟัง แต่ก็จะนำไปพิจารณา เราจะลองทนดูว่าจะทนได้ขนาดไหน ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาก็มีคนนำสิ่งที่ตนพูดไปขยายความ วาดตนต้องการเชิญชวนเพราะระบบความโปร่งใสมาพร้อมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ตนไม่ได้บอกว่า กกต.ไม่ได้ทำหน้าที่ ซึ่งกกต.ทำหน้าที่และพร้อมถูกตำหนิอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากให้ประชาชนเข้ามาเป็นเจ้าของ ไม่เกี่ยวกับอำนาจ เป็นเรื่องของหลักการ กำลังจะนำ concept เรื่องการเลือกตั้งเป็นของประชาชน แต่การทำหน้าที่เป็นของประชาชนอย่างไร ไม่ใช่มี กกต.ไว้ทำไมถึงไม่ทำหน้าที่ ซึ่งเป็นเราคนละประเด็นกัน ขณะที่ประเทศที่มีความเสียเวลาอยู่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง อย่างน้อยเข้ามาดูแล ซึ่งการแข่งขันอาจจะเกินเลย และประชาชนเข้ามาช่วยกันเฝ้าระวังและดูแล ถือเป็นการเชิญชวน หากประชาชนไม่เข้ามากกต.ก็ทำงานอยู่แล้ว แต่หากประชาชนเข้ามาเชื่อว่าการเลือกตั้งจะดีแน่นอน 

เมื่อถามว่า เลขา กกต.ระบุว่าการเลือกตั้งเป็นของประชาชนร่วมกัน ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจเป็นการโยนภาระให้กับประชาชนทั้งที่ กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม นายแสวง ย้ำว่าการเลือกตั้งเป็นของประชาชนทั่วโลก แต่ถ้าไม่อยากโยนภาระ เมื่อไปเลือกตั้งเสร็จประชาชนก็กลับบ้าน แต่เมื่อเลือกตั้งเสร็จประชาชนเกิดความสงสัยและก็มากล่าวหาก็เลยลำบากที่ กกต.จะไปหาหลักฐาน ดังนั้นจึงบอกว่าประชาชนต้องมีส่วนร่วมทุกที่ทั่วโลกเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นด้วยตัวเราเองได้หรือไม่ หากไม่มาสังเกตการณ์เลือกตั้งก็ไม่เป็นไร เหตุการณ์ก็จะเป็นเหมือนที่ผ่านมาเลือกตั้งเสร็จก็มากล่าวหา กกต. กปน.ช่วยใครหรือไม่ แต่หากประชาชนมาดูกับตาและช่วยกันดูแลก็จะดีกว่า กกต.ยินดีและสนับสนุนที่จะให้มาสังเกตการเลือกตั้งอยู่แล้ว  

"หากประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ของ กกต.และกปน. ก็จบ เช่นกันเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมาก็บอกว่าให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ย้ำว่าถ้าต่างคนต่างมาช่วยกันดูแลแสดงถึงความเป็นเจ้าของหรือการมีส่วนร่วม โดย กกต.ก็ตรวจสอบการทำหน้า ของทั้ง กปน.และผู้สมัครหลายขั้นตอน หากทำขนาดนี้แล้วคนยังสงสัยอยู่ หากไม่มั่นใจ ก็ต้องเข้ามาช่วยกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของคน ซึ่งระบบดี คนในระบบก็ต้องดีด้วย" นายแสวง กล่าว

ส่วนผลสอบการทุจริตเลือกตั้งที่ยังค้างอยู่ 2,000 กว่าเรื่องจะสามารถสังคายนาให้เสร็จภายในปีนี้หรือไม่นั้น นายแสวง กล่าวว่า ที่ กกต.ถูกตำหนิมากที่สุดคือการทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งจะกลับมาที่คำพูดที่ว่าหากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่ กปน.กำลังทำหน้าที่ตามที่กฎหมายออกแบบไว้ ทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายทันที เพราะทุกคนมีกล้องที่ถ่ายรูปได้ อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ และกปน.ก็บันทึกเหตุการณ์ไว้ แต่หากเรื่องผ่านมาแล้ว ต่างคนต่างพูด หากกระทำผิดจริงก็ไม่มีหลักฐาน มีแต่คำกล่าวหา ถือเป็นความยากของกระบวนการสืบสวนสอบสวน ตนจึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งกฎหมายก็เปิดโอกาสให้อยู่แล้วทั้งผู้สมัคร และประชาชน รวมถึงอาสาสมัครเข้ามาสังเกตการณ์ เมื่อถึงกระบวนการสืบสวน ก็ต้องใช้เวลาเช่นเดียวกัน เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว จึงต้องมีการสอบและช่างพยาน อย่ามาต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"แสวง"ขอบคุณ"ประชาชน"ช่วยพัฒนาการเลือกตั้งของประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 29 | Workpoint News