ร้องนายกฯ เบรก “สุริยะ” ไฟเขียวขายเหล้าวันพระใหญ่

“วัชระ เพชรทอง” ร้องนายกรัฐมนตรีเบรก “สุริยะ” หลังไฟเขียวให้สนามบิน-สถานีรถไฟ และบนขบวนรถไฟสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ได้ หากนายกฯ เพิกเฉยจะร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรงกับนายกฯ
(12 ก.ค. 67) นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสาธิต สุทธิเสริม ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านกรณีที่นายสุรียะ จึงรุ่งเรื่องกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่ให้ความเห็นชอบปรับปรุงประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สนามบินและสถานีรถไฟ รวมถึงบนขบวนรถไฟ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา(วันพระใหญ่) โดยอ้างเหตุผลเรื่องการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาคท่องเที่ยว
โดยนายวัชระระบุว่าในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชนขอคัดค้านการปรับปรุงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ วันพระใหญ่เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธต้องคงอัตลักษณ์ความเป็นเมืองพุทธของราชอาณาจักรไทยไว้เพื่อคงไว้ซึ่งดินแดนพระพุทธศาสนาของชาติไทย
2. องค์การสหประชาชาติ (UN) มีมติรับรองวันวิสาขบูชาให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก
3. วันที่ 21 กรกฎาคม 2567 เป็นวันเข้าพรรษา (งดเหล้าเข้าพรรษา) ผิดวัฒนธรรมประเพณีศีลธรรมอันดีที่เคยปฏิบัติมานับแต่มีประเทศไทย ถ้าวันเข้าพรรษาปีนี้ดื่มสุราบนผืนแผ่นดินไทยได้รัฐบาลชุดนี้ก็จะกลายเป็นรัฐบาลบาป

4. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่อว่ากระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ที่ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ในข้อดังต่อไปนี้
“ข้อ 6 ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ข้อ 12 ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ 17 ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง
ข้อ 21 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม”
นายวัชระกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเท่านั้นแต่เป็นประเทศไทยของพุทธศาสนิกชนและประชาชนทุกคน ดังนั้นขอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีโปรดดำเนินการยกเลิกการปรับปรุงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วที่สุดต่อไป หากนายกรัฐมนตรีไม่สั่งให้มีการยกเลิกก่อนวันเข้าพรรษาในปีนี้ 21 กรกฎาคม 2567 จะร้องสอบจริยธรรมร้ายแรงกับนายกรัฐมนตรีที่สำนักงาน ป.ป.ช. โดยทันที
นายวัชระกล่าวย้ำว่า ผลเสียจากการดื่มสุราเสพสิ่งมึนเมาซึ่งเป็นการผิดศีลข้อ 5 ผิดศีลธรรมก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสังคม ดังข่าวลูกชายนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมาขับชนด่านเป่าแอลกอฮอล์ โทษจำคุก 2 เดือน รอลงอาญา 2 ปี เป็นต้น




