สภาถกงบแจกเงินหมื่นเพิ่มเติม 1.22 แสนล้าน - กมธ. กังวล 'งบโครงการดิจิทัลวอลเล็ต' หากดำเนินนโยบายการคลังไม่รอบคอบ เสี่ยงเสียหายร้ายแรงครั้งใหญ่

AdminNews
สภาถกงบแจกเงินหมื่นเพิ่มเติม 1.22 แสนล้าน - กมธ. กังวล 'งบโครงการดิจิทัลวอลเล็ต' หากดำเนินนโยบายการคลังไม่รอบคอบ เสี่ยงเสียหายร้ายแรงครั้งใหญ่

สภาถกงบแจก 'เงินหมื่น' เพิ่มเติม - 'กมธ.' ซัด รบ. หากไม่รอบคอบ เสี่ยงพาประเทศย้อนวิกฤตการเงิน 2 ครั้งในอดีต ส่วน "สส.ก้าวไกล" แปรญัตติ "ตัดงบเหลือแค่บาทเดียว"

สภาผู้แทนราษฎร มีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระ2 และ 3 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ที่ใช้ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว 

นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการ เสนอหลักการและเหตุผลเพื่ ใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็ง วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท โดยกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับในการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมให้มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและประชาชน ควบคู่กับการรักษาระดับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งคำนึงถึงความสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณด้วยความคุ้มค่า กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลให้มีมาตรการกำกับดูแลให้เป็นไปตามจุดประสงค์ของโครงการ รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

จากนั้นเป็นการอภิปรายของ กมธ.และผู้แปรญัตติขอสงวนความเห็น เป็นแบบรายมาตราต่อไป 

สภาถกงบแจกเงินหมื่นเพิ่มเติม 1.22 แสนล้าน - กมธ. กังวล 'งบโครงการดิจิทัลวอลเล็ต' หากดำเนินนโยบายการคลังไม่รอบคอบ เสี่ยงเสียหายร้ายแรงครั้งใหญ่

ขณะที่นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นักวิชาการ ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อยอภิปรายว่า แท้ที่จริงแล้วเราต้องมองภาพรวมของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตทั้งหมดที่ใช้เงินรวมกัน 4.5 แสนล้านบาท แม้จะมีการลดวงเงินจากเดิม 5 แสนล้านบาทว่า มีความเชื่อมโยงกับแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้ในโครงการนี้นอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 67 จะเรียกว่าเป็นการจัดทำงบประมาณแบบรวมห่อหรือเป็นแพ็กเก็ต ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการจัดทำงบประมาณที่ไม่ตรงไปตรงมา 

นายวีระ ยังตั้งข้อสังเกตโครงการดิจิทัลวอลเล็ตใน 2 ประเด็นการเมืองว่า "โครงการนี้เนื่องจากเป็นเรือธงของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการบริหารจัดการที่ดำเนินไปในลักษณะที่นำเป้าหมายมาสร้างความชอบธรรมในวิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นอันนี้เป็นเรื่องที่อันตราย"

นายวีระ กล่าวต่อว่า หากการดำเนินนโยบายการคลังไม่รอบคอบจนเกิดผลความจนเกิดความผิดพลาด จะส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงอย่างใหญ่หลวง ขอให้รัฐบาลมองปัญหาวิกฤตการคลังที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต  

"จะมากหรือน้อยก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นนโยบายในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งที่สร้างภาระทางการคลังในอนาคตและอาจจะเป็นตัวอย่างให้รัฐบาลในอนาคตใช้นโยบายการคลังแบบสุ่มเสี่ยงเช่นนี้"

"ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานนโยบายดำเนินตามนโยบายโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ดังกล่าว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตการณ์คลังในอนาคต จึงเสนอให้ลดวงเงินในงบประมาณรายจ่ายประจำเพิ่มเติมประจำปี 2567 จากเดิม 1.22 พันล้านเหลือเพียง 5 หมื่นล้าน และลดการขาดดุลจากเดิม 1.12 พันล้านเหลือเพียง 4 หมื่นล้านบาท"

"เรื่องการเงินการคลังและวิกฤตการเงินการคลังเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญ เราไม่เคยมีประสบการณ์ในการแก้ไขเรื่องนี้มาก่อน ถ้าหากเกิดวิกฤตดังกล่าวในอนาคตจะสร้างความลำบากมากหรือยิ่งกว่าวิกฤตเศรษฐกิจการเงินที่เคยเกิดขึ้น 2 ครั้งในอดีตที่ผ่านมา"

ขณะที่ภาพรวมของการอภิปรายในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นการแปรญัตติของปรับลดงบประมาณ 10 % บ้าง 20 % บ้าง แต่เป็นที่สังเกตอยู่ที่มาตรา 3 ที่นายวรภพ วิริยะโรจน์ , นางสาวรักชนก ศรีนอก และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคก้าวไกล ที่ขอแปรญัตติปรับงบเหลือ 1 บาท ทำให้ถูกจับตาว่าแปรญัตติเอาสนุกหรือเอาประโยชน์ 

เมื่อสอบถามไปที่นางสาวรักชนก ก็ยอมรับว่า แปรญัตติแบบนั้นจริงๆ แต่จะไม่อภิปราย แปรไว้ เผื่ออยากพูด แต่ไม่ได้พูด มีคนพูดเยอะแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง