ศาลประทับรับฟ้องคดี 112 “ทักษิณ” - อัยการสูงสุดยันไม่ 2 มาตรฐาน
ศาลประทับรับฟ้อง “ทักษิณ” ในคดี 112 และ คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แล้ว ฝั่งอัยการสูงสุดแจงทำตามขั้นตอนปกติ ไม่มี 2 มาตรฐาน
(18 มิ.ย. 67) เวลา 09.00 น. นายประยุทธ์ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงความคืบหน้าคดีของนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีนัดส่งตัวฟ้องในวันนี้ ระบุว่า “ตามที่งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ว่านายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 นั้น
วันนี้ (18 มิถุนายน 2567 เวลา 08.56 น.) นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีได้ส่งฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลอาญา ตามข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว โดยศาลประทับรับฟ้องไว้ตามหมายเลขคดีดำที่ อ.1860/2567 ซึ่งบัดนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาแล้ว หากมีผลคืบหน้าทางคดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งให้ทราบต่อไป”
ทั้งนี้หลังการแถลงผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีการรายงานตัวของนายทักษิณ ว่าทำไมจึงไม่ต้องมารายงานตัวต่ออัยการสูงสุดก่อน แล้วจึงนำตัวไปส่งฟ้องเหมือนในกรณีอื่นๆ นายประยุทธ์ ระบุว่าเป็นขั้นตอนที่ทำได้เป็นปกติ เนื่องจากนายทักษิณอยู่ในระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว สัญญาประกันตัวนั้นจะคงอยู่จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอื่น ดังนั้นนานยทักษิณสามารถมาที่ อสส.ก่อนแล้วไปส่งตัวพร้อมกัน หรือรอพบกับเจ้าหน้าที่จาก อสส.ที่ศาลอาญาเลยก็ได้ เป็นระเบียบปกติ
สำหรับกรณีที่ในคำแถลงมีการเรียกนายทักษิณ ชินวัตร ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนั้น นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่าเป็นเพราะขณะที่เกิดเหตุนั้น นายทักษิณยังไม่ได้ถูกถอดยศตำรวจ เมื่อทำคำสั่งฟ้องจึงต้องระบุยศด้วย เพื่อให้ชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกันไม่มีการฟ้องผิดตัว แต่การระบุดังกล่าวไม่ได้มีผลให้เกิดการคืนยศให้กับนายทักษิณแต่อย่างใด




