“โรม” ลุยพื้นที่ชายแดนสระแก้ว เตรียมชงใช้ ICC ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“โรม” พาคณะ กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว-หนองจาน จ.สระแก้ว ติดตามสถานการณ์ จ่อชงว่าที่นายกฯ “อนุทิน” ใช้กลไก ICC ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(6 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดน บ้านหนองหญ้าแก้ว – บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว  พร้อมรับฟังปัญหาสถานการณ์เก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จากกองกำลังบูรพา และข้อพิพาทสิทธิ์ที่ดินทำกินของชาวบ้าน ที่รุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตอธิปไตยไทย 

นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่นั้นได้ทราบข่าวว่าสถานการณ์บ้านหนองจานค่อนข้างตึงเครียด มีกลุ่มมวลชนชาวกัมพูชา รวมตัวกันมาบริเวณชายแดนเพื่อพยายามแสดงออกหลายรูปแบบ มีการขว้างปาสิ่งของ สร้างสถานการณ์เพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่ทหารไทย  แต่ภาพรวมทั่วไป อยู่ในการควบคุมได้ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

แต่ที่ยังเป็นห่วงก็คือ ปัญหาการรุกล้ำของชาวกัมพูชา 173 หลังคาเรือน (ที่อยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมรอยปะสีฟ้า) ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องหาแนวทางแก้ปัญหา โดยเบื้องต้นทางฝ่ายทหารและหน่วยต่างๆ ในพื้นที่ ก็ได้บูรณาการร่วมกันรักษากฎหมาย และยืนยันว่านี่เป็นผืนแผ่นดินไทย

นอกจากนี้ยังทราบว่า มีปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินทำกินของชาวบ้านบ้านหนองจาน ซึ่งมีบางส่วนที่เข้าถึงพื้นที่ทำกินได้แล้ว แต่อาจจะมีปัญหาต่อเนื่อง คือบ้านอ่างศิลา ซึ่งต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง เช่น การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ว่าจะมีการช่วยเหลือในทางกฎหมายได้อย่างไรต่อไป แต่ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่ากังวล

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนเครื่องมือที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งก็คือ โดรน และแอนตี้โดรน ระบบการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ จะมีประโยชน์ในการสนับสนุนการปฏิบัติทางทหาร ซึ่งจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับรัฐบาลเพื่อหาการสนับสนุนงบประมาณการจัดซื้อเครื่องมือ ว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรเพื่อนำมามอบสนับสนุนให้กับผู้ปฏิบัติงานพื้นที่แนวหน้า

ขณะการรายงานสถานการณ์ของกองกำลังบูรพา จากการบินโดรนสำรวจ พบว่า มวลชนฝั่งกัมพูชา ได้สร้างเพิงพัก บริเวณแนวชายแดน ใกล้กับถนนหมายเลข 58 และใกล้กับป่าอ้อยที่มีชาวบ้านกว่า 30 คน เข้ามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ไทยพยายามรักษาอธิปไตยไทย พยายามอดทนอดกลั้น เพื่อไม่ให้กัมพูชามีข้ออ้าง เช่นเดียวกับการใช้ชาวบ้านมาเป็นโล่ห์มนุษย์ หากเราแก้ปัญหาไม่ดี ก็จะเกิดความเสียหายต่อประเทศไทย

ทั้งนี้โดยภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว สิ่งที่จะนำไปเสนอก็ คือ การปราบปรามคอลเซนเตอร์ ผ่านการฟ้องกัมพูชาด้วยกลไกศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ  ICC โดยมีหลักฐานที่น่าเชื่อว่า รัฐกัมพูชาเป็นผู้ให้เกิดแก๊งคอลเซนเตอร์ขนาดใหญ่ แม้ว่าไทยจะไม่ได้เป็นภาคี แต่เรามีวิธีเอาผิดกับกัมพูชาผ่าน ICC ได้แน่นอน

ขณะเดียวกันทางด้าน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้เดินทางมาที่บ้านหนองจาน เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ลงพื้นที่มาแล้วก็มี 2 เรื่องที่จะสนับสนุนให้ก็คือ เรื่อง กล้องวงจรปิด จะไว้ใช้สอดส่องชาวกัมพูชาว่าได้เข้ามาทำอันตรายกับเจ้าหน้าที่หรือคนไทยหรือไม่ , และอีกเรื่องก็คือ บังเกอร์ เพราะว่าเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องชีวิตของเจ้าหน้าทีได้ เพราะอย่างภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตอบโต้ก็ไม่ได้ เผื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาอย่างน้อยก็จะยังมีที่หลบภัยได้ ก็จะจัดทำบังเกอร์ให้เป็นแบบเดียวกับที่ ปราสาทตาเมือนธม จะนำไปวางในจุดที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการ ซึ่งขณะนี้ได้รับออเดอร์มาจำนวน 2 จุด แล้วก็จะนำทีมงานเข้ามาประกอบ โดยจะมีฝ่าย กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน และ ทหารกองกำลังบูรพา ร่วมกันสร้างขึ้นมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“โรม” ลุยพื้นที่ชายแดนสระแก้ว เตรียมชงใช้ ICC ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ | Workpoint News