“ชัชชาติ” ท้า “คริส” แจ้งความได้ ยืนยันไม่มี “ส่วย-ระบบอากง”

“ชัชชาติ” ท้า “คริส” แจ้งความได้เลยถ้ามีหลักฐานเรียกรับส่วยแลกแต่งตั้ง ผอ.เขต - ยืนยันไม่มี “ระบบอากง” ชี้การโยกย้ายเอาคนเก่งมาทํางาน เห็นได้จากผลงานที่เกิดขึ้น
(3 มิ.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหมายเลข 9 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พรรคเศรษฐกิจเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าว ถึงความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งผู้อํานวยการเขต และการทุจริตคอร์รัปชั่นผ่าน “ระบบอากง” โดยนนายชัชชาติ ชี้แจงว่า ที่จริงแล้วทีมของพรรคเศรษฐกิจของคุ้นกันเพราะเคยเป็น ส.ก.มาก่อน เพราะคุยกันมาตลอด
.
ส่วนที่มีการซื้อขายตำแหน่งผอ.เขตนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า “เอาเลย แจ้งมาเลย แต่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองนะ ถ้าหากมีหลักฐานตนเองไม่น่าจะรอดมาถึงปัจจุบันนี้ เพราะเรื่องความโปร่งใส การทุจริต เป็นเรื่องที่คนจ้องเล่นงานอยู่แล้ว ถ้ามีข้อมูล ไม่ต้องมาพูดในตอนนี้ ควรจะพูดในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่ ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่าการซื้อขายตำแหน่งเราไม่ทำ เพราะเป็นจุดหายนะ ถ้าท่านมีประสบการณ์มาหรือรู้ข้อมูลมาจากไหน เอาข้อมูลมาเลย ซึ่งถ้าหากข้อมูล ชัดเจนก็ให้แจ้ง ป.ป.ช เลยอย่ามาพูดอย่างเดียว”
.
ส่วนที่พรรคเศรษฐกิจฝากคำถามมาว่า “ซื้อกับใคร” นายชัชชาติกล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ถ้าหากท่านรู้ท่านชี้แจงมา แต่ก็ต้องรับผิดชอบเพราะช่วงนี้เป็นช่วงการเลือกตั้ง การให้ข้อมูลแล้วเกิดความเข้าใจผิดกับผู้สมัครมันมีผลความผิดทางอาญา ซึ่งใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเอง ตอนนี้ให้ฝ่ายกฎหมายคอยดูอยู่แล้ว ซึ่งตนก็เจอนายคริส โปตระนันท์ ก่อนเลือกตั้ง ตนก็เจอบ่อยแต่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับตนมาก่อนเลย รวมไปถึงอดีตสมาชิก ส.ก. ตนก็เจอกัน แต่ไม่เคยพูด ทำไมต้องมาพูดในช่วงนี้ ตนคิดว่าน่าจะมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเปล่า แต่ไม่ได้กลัวนะถ้ามีข้อมูลอะไร หรือใครแอบอ้างชื่อผม ถ้ามีข้อมูลก็บอกมาเลย ขอให้มีความชัดเจน ขอให้พูดและรับผิดชอบคำพูดของตนเองด้วย ไม่มีปัญหา เรายืนอยู่ตรงนี้ต้องรับการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ได้กลัวอะไร
.
ส่วนการออกมาแสดงท่าที ในขณะนี้ถือว่าเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ตนเอาความจริงมาพูด ถ้ามีข้อมูลแล้วเป็นจริงก็ต้องเอาผิด ว่ามีคนเอาชื่อตนไปแอบอ้างหรือไม่ เชื่อได้จริงไหม เชื่อว่าทำงานดีได้อย่างถ้ารับเงินเพื่อแต่งตั้ง เพราะสุดท้ายเราไม่ทีทางดีกว่าทีมงานได้ ถ้าเราแต่งตั้งคนที่ทุจริตซื้อตำแหน่ง จะได้ผลงานได้อย่างไร เมื่อเจ้านายของเราคือประชาชน ถ้าคนเหล่านี้เข้ามาด้วยการทุจริตก็จะไปทุจริตต่อ นโยบายของเราก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างแน่นอน ทั้งหมดไม่มีเหตุผลเลยที่จะไปทำ แต่ก็แล้วแต่ถ้าหากนายคริสมีความมั่นใจก็แถลงข่าวไป ถ้ามีข้อมูลและหลักฐานก็สามารถแจ้งความจับคนทำผิดได้เลย เพราะเรื่องนี้เราได้พูดตั้งแต่ต้น”
.
ส่วนระบบอากงที่อยู่เบื้องหลังนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า “ระบบอากงไม่มี มันเป็นคําที่แต่งขึ้นมา เป็นแนวทางปฏิบัติของทีมงาน ผมก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนอากงก็คือ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เจอสมาชิกของพรรคการเมืองตลอด ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอใกล้ที่จะเลือกตั้ง มีปัญหา ขึ้นมาซึ่งตนก็ยินดีรับการตรวจสอบ การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นการเอาคนที่เก่งมีความสามารถ มีผลงานสะท้อนออกมาก็เป็นผลงานของทีมงานที่แต่งตั้งมา ยินดีและยอมรับการตรวจสอบจากทุกคน ไม่มีปัญหา”
.
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การเมืองหลังจากนี้จะรุนแรงขึ้น นานชัชชาติ กล่าวว่า “ตนไม่เห็นปัญหาและจะยืนมั่นๆ เพราะเป็นมา 4 ปี ไม่มีปัญหา ซึ่งช่วงโค้งสุดท้ายก็จะมีแบบนี้มาเยอะ ซึ่งถ้าหากมีเหตุจริงก็น่าจะพุ่มมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ตอนนี้เราจะยืนอยู่นิ่งๆ เพราะไม่ได้มีปัญหาอะไร และไม่ได้มีความกังวล ถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็จะนำไปดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงการลงพื้นที่หาเสียงพบว่ามีปัญหาในกรุงเทพมหานครมากขึ้น แต่ในช่วงสี่ปีที่ทํางานมากลับไม่พบปัญหานั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ปัญหากรุงเทพไม่มีวันสิ้นสุด ไม่มีปัญหาไหนจะหมด เพราะคนกรุงเทพมีประมาณ 10ล้านคน มีปัญหาทุกหย่อมหญ้า สาเหตุที่ลงพื้นที่ไปเพื่อรับฟังปัญหา ถ้ามีโอกาสกลับมาก็จะพัฒนา การที่จะแก้ปัญหาของประเทศให้หมด 100% นั้นเป็นไปไม่ได้ ก็มีแต่ทำงาน ทำงานและทำงานต่อไป คนที่ชมเราก็มี ว่าชีวิตดีขึ้น มีคนบอกว่าทีมงานของเราประชาสัมพันธ์ไม่เก่ง ซึ่งตนมองว่าก็ไม่ต้องประชาสัมพันธ์ เพราะดีที่สุดคือประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น น้ำท่วมลงเร็วขึ้น ถนนหนทางดีขึ้น การศึกษาดีขึ้น ซึ่งก็จะเป็นผลสะท้อนในการเลือกตั้งเอง ปัญหาจะไม่เสร็จ ตนเชื่อ ไม่สามารถแก้ได้ครบ 100% ได้ แต่พร้อมรับคำติ เพื่อนำไปพัฒนา
.
ส่วรกรณีการแต่งตั้งศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานบอร์ดบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดหรือ KT นั้น นายชัชชาติชี้แจงว่า ไม่เคย ไม่เคยตั้งนายสุรพล ดํารงตําแหน่งใด ๆ เลย มีแต่แต่งตั้ง ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ดKT เพราะเป็นนักกฎหมายที่มีคุณภาพสามารถดูแลประชาชน ส่วนการแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทรก็ไม่ได้แต่งตั้งเพราะท่านดำรงตำแหน่งมาก่อนตนดำรงตำแหน่ง ส่วนที่ท่านเป็นนายกสภา เป็นเรื่องของวงการศึกษาได้คัดเลือกกันเองไม่เกี่ยวกับเรา
.
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews




