รู้หรือไม่! งบอาหารผู้ต้องขัง แค่คนละ 10 บาทต่อมื้อ

สำรวจสวัสดิการผู้ต้องขังในเรือนจำ พบค่าอาหารต่อวันอยู่ที่ 31 บาทต่อหัว หรือมื้อละ 10 บาทเศษ เท่ากันทั้งคนไทยและต่างชาติ เว็บ “โรงพยาบาลราชทัณฑ์” ระบุ อาหารในเรือนจำถึงจะราคาถูกแต่สะอาดปลอดภัย โรคอาหารเป็นพิษพบได้น้อยมาก
สำรวจสวัสดิการผู้ต้องขังในเรือนจำ พบค่าอาหารต่อวันอยู่ที่ 31 บาทต่อหัว หรือมื้อละ 10 บาทเศษ เท่ากันทั้งคนไทยและต่างชาติ เว็บ “โรงพยาบาลราชทัณฑ์” ระบุ อาหารในเรือนจำถึงจะราคาถูกแต่สะอาดปลอดภัย โรคอาหารเป็นพิษพบได้น้อยมาก
(22 ส.ค. 66) จากกรณีการเดินทางกลับประเทศไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเข้ารับโทษจำคุก ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทำให้ประเด็นเรื่องสวัสดิการและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังเป็นที่สนใจขึ้น หนึ่งในสวัสดิการที่สำคัญคือเรื่องของอาหาร ที่ผู้ต้องขังจะได้รับในแต่ละวัน
โดยเว็บไซต์ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ระบุข้อมูลไว้ว่า ผู้ต้องขังแต่ละคนจะได้รับงบประมาณการจัดหาอาหารประจำวันอยู่ที่ 31 บาท/คน/วัน หรือตก 10 บาทเศษ ต่อมื้อ และได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
“ปัญหาของผู้ที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำในวันแรกๆก็คือ ความไม่คุ้นเคยกับรสชาดของอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวสารที่ใช้นั้น เป็นข้าวสารกล้อง 5% ที่เรียกกันว่าข้าวแดง(ยกเว้นในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำบางแห่งที่จะหุงข้าวขาวให้กับผู้ต้องขังซึ่งเป็นผู้ป่วย)
ในกลุ่มผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ปัญหาเรื่องอาหารก็จะยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้น เรือนจำทุกแห่ง จึงอนุญาตให้ผู้ต้องขัง ซื้ออาหารจากร้านค้าของเรือนจำมารับประทานได้ โดยผู้ต้องขังแต่ละคนจะมีสิทธิ์ใช้เงินที่ฝากไว้ในบัญชีของตน ในการซื้ออาหาร และของใช้ประจำวันได้วันละไม่เกิน 200 บาท
ผู้ต้องขังจะได้รับอาหารวันละ 3 มื้อ โรงครัวของเรือนจำจะต้องเตรียม อาหารให้กับผู้ต้องขังทั่วไป ผู้ต้องขังที่เป็นอิสลาม และผู้ต้องขังที่เป็นชาวต่างชาติ (งบประมาณค่าอาหารเท่ากัน เพียงแต่ปรุงให้รสชาดไม่จัด และเลือกเมนูอาหารที่คิดว่าถูกปากผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ซึ่งทำได้ยากมาก เพราะในบางเรือนจำ เช่น เรือนจำกลางคลองเปรมคุมขังผู้ต้องขังชาวต่างชาติไว้กว่า 80 ชาติ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ปัญหาเรื่องโรคระบาดด้านทางเดินอาหาร หรือ โรคอาหารเป็นพิษ พบได้น้อยมากในเรือนจำ ทั้งนี้เพราะ อาหารในเรือนจำทุกแห่งจะถูกปรุงแล้วให้ผู้ต้องขังรับประทานทันที โดยไม่มีการเก็บค้างไว้นานๆ”




