ร่าง พ.ร.บ. 'สมรสเท่าเทียม' ผ่านวาระแรกทั้ง 4 ฉบับ

AdminNews
ร่าง พ.ร.บ. 'สมรสเท่าเทียม' ผ่านวาระแรกทั้ง 4 ฉบับ

สภาฯรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ผ่านวาระแรกทั้ง 4 ฉบับ ด้วยคะแนน 369 ต่อ 10 เสียง - ส.ส.พรรคประชาชาติ ขอสงวนสิทธิไม่เห็นชอบ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อ่อนไหวและละเอียดอ่อน

21 ธันวาคม 2566 ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา โดยมีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีวาระสำคัญในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ "กฎหมายสมรสเท่าเทียม" ในวาระแรก จำนวน 4 ฉบับ 

แบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ 1 ฉบับ รวมถึง ร่าง พ.ร.บ. ที่มีลักษณะเดียวกันอีก 3 ฉบับ เสนอโดยนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์, และ น.ส.อรรณว์ ชุมาพร นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ ในเครือข่ายภาคีสีรุ้ง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 11,611 คน เสนอ 

หลังใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมงได้เปิดให้ผู้เสนอร่างอภิปรายสรุป ก่อนเปิดให้สมาชิกลงมติรับหลักการวาระแรก ผลปรากฏว่าที่ประชุม 380 คน มีมติ 369 ต่อ 10 เสียง รับหลักการวาระแรก โดยมีผู้งดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นที่ประชุมได้เสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการจำนวน 39 คน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายในวาระต่อไป มีกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน โดยการพิจารณาวาระที่ 2 จะใช้ร่างของครม.เป็นร่างหลักในการพิจารณา

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ."กฎหมายสมรสเท่าเทียม" เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเปิดโอกาสให้คู่รักไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตามสามารถหมั้นและสมรสกันได้ ซึ่งจะทำให้มีสิทธิหน้าที่และสถานะทางครอบครัวเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิงในปัจจุบันทุกประการ

ให้บุคคล 2 คน ไม่ว่าเพศใดสามารถทำการหมั้นและสมรสได้ แก้ไขคำว่า “ชาย” “หญิง” “สามี” “ภริยา” และ “สามีภริยา” เป็น “บุคคล” “ผู้หมั้น” “ผู้รับหมั้น” และ ”คู่สมรส” เพื่อให้มีความหมายครอบคลุมคู่หมั้น หรือคู่สมรส ไม่ว่าจะมีเพศใด รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิ หน้าที่ และสถานะทางครอบครัวเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวที่สอดคล้องกับบริบทสังคมในปัจจุบัน สาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติประกอบด้วยบทบัญญัติ 68 มาตรา โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จำนวน 74 มาตรา

โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วภายใน 180 วัน ร่างพระราชบัญญัติเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่ 

ดังนั้นจึงไม่กระทบกับจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 ได้ยกเว้นการบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับห้า โดยให้นำกฎหมายอิสลามมาใช้แทนในส่วนของครอบครัวและมรดก รวมถึงสอดคล้องกับหลักกฎหมายเฉพาะ ยกเว้นกฎหมายทั่วไป

ขณะที่สมาชิกฯจากพรรคประชาชาติ อภิปรายไม่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับการนำเสนอ โดยมีเหตุผลที่เชื่อว่าร่างนี้ไม่สอดคล้องกับหลักการของพรรค และมีเหตุผลทางศาสนาอิสลามที่ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อ่อนไหวและละเอียดอ่อน โดยส่วนตัวไม่ได้รังเกียจกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่มีมุมมองและจุดยืนที่ชัดเจนในการยึดมั่นต่อองค์อัลเลาะห์ ตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาชาติ 

ต่อมาเวลา 18.55 น. ที่ประชุมสภาฯ ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทั้ง 4 ฉบับ ด้วยคะแนน 369 ต่อ 10 งดออกเสียงไม่มี ไม่ลงคะแนน 1เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) จำนวน 39 คน กำหนดแปรญัตติ 15 วัน

นายกฯยินดีผ่านวาระแรก "สมรสเท่าเทียม"

ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า ผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้อง LGBTQIA+ ทุกท่านที่ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ได้ผ่านการโหวตวาระที่หนึ่งด้วยคะแนนท่วมท้น วันนี้ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นแล้วครับ

ร่าง พ.ร.บ. 'สมรสเท่าเทียม' ผ่านวาระแรกทั้ง 4 ฉบับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง