“โรม” ขอนายกฯ แสดงสปิริต รับผิดชอบคำพูดตัวเอง

ข่าวเวิร์คพอยท์
“โรม” ขอนายกฯ แสดงสปิริต รับผิดชอบคำพูดตัวเอง

“รังสิมันต์ โรม” แถลงขอนายกฯ แสดงสปิริตรับผิดชอบคำพูดตัวเอง หลังพลั้งปากเรื่องขอตำแหน่งผู้กำกับ ในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมเสนอแนวทางแก้ระบบตั๋วและปัญหาตำรวจไทยด้วยกระดุม 5 เม็ด

(24 พ.ย. 66) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบคำพูดปมตั๋วเพื่อไทย และเสนอแนวทางแก้ปัญหาระบบตั๋ว ด้วยกระดุม 5 เม็ด  

นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า หลังนายกรัฐมนตรีได้พูดที่พรรคเพื่อไทย เรื่องคนสมหวังและผิดหวังจากการแต่งตั้งตำรวจ คำพูดของนายกรัฐมนตรีนั้นชัดเจนว่าหมายถึงเรื่องตั๋ว และการเป็นที่มาของการฝากตั๋วของ สส.ในพรรค

ตนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบคำพูดที่พูดออกมา พร้อมเสนอมี 2 ทางเลือก คือ รับว่าเป็นคำพูดที่พูดไปตามข้อเท็จจริง โดยตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีน่าจะเห็นโผการแต่งตั้งแล้ว หากเป็นแบบนั้นก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย เพราะคำพูดของนายกคือหลักฐานที่มัดตัวนายกรัฐมนตรีเอง ที่ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเอง

ยกตัวอย่างผู้นำในต่างประเทศ ที่มีการจัดปาร์ตี้ในช่วงระบาดโควิด-19 นายกรัฐมนตรีได้ประกาศลาออก แต่กรณีนี้มีผลกระทบที่มากกว่า เพราะเป็นระบบอุปถัมภ์ ขัดแย้งต่อสิ่งที่หาเสียงไว้ ตนขอถามว่านายกรัฐมนตรี จะแสดงสปิริตลาออกหรือไม่ เป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรี แต่เป็นสิ่งที่จะวัดคุณภาพการเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนทางพรรคฝ่ายค้านจะเรียกดูหลักฐาน โดยวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ทางกมธ.ความมั่นคง ได้เรียกนายกฯ มาชี้แจง หลังจากนั้นจะมาหารือกันใหม่ 

ส่วนแนวทางเลือกที่ 2 ให้นายกรัฐมนตรีประกาศต่อสังคมว่าเป็นการโกหก พูดส่งเดช ในกรณีจะเอาผิดกับนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ซึ่งนายกเป็นระดับผู้นำประเทศได้พูดรู้เห็นกับระบบอุปถัมภ์อย่างหน้าชื่นตาบาน ถ้าเป็นตนเอง จะรู้สึกผิด แต่ไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีจะรู้สึกอย่างไร เพราะการชี้แจงในวันถัดมาชี้แจงว่าเป็นเรื่องความ เป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น

โดยข้อแก้ตัวที่จะฟังขึ้น คือจะต้องบอกว่าโกหกเพื่อเอาใจ สส. แต่สังคมจะรับรู้ว่าควรให้คุณค่าคำพูดหรือไม่ ซึ่งตนยอมรับผิดหวัง แม้ว่าตนไม่ใช่ตำรวจ แต่ถูกจับบ่อย ตนก็เข้าใจความรู้สึกตำรวจชั้นผู้น้อย แม้ในเวลาที่สอบสวนตน ตนรับรู้ว่าพวกเขาอยู่ในระบบที่มีปัญหา เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ตำรวจชั้นผู้ร้อยคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีกว่าเดิม แต่สุดท้ายดีลโฉ่งฉ่างกว่าเดิม แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีสามารถมาแทรกแซงการแต่งตั้งได้ 

นอกจากนี้นายรังสิตมันต์ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาตำรวจไทยด้วย “กระดุม5เม็ด” ประกอบด้วย 

1. ต้องทำให้การเลือก ผบ.ตร. มาจากความสามารถและเป็นไปเพื่อประโยชน์ขององค์กรตำรวจ โดยมี 3 ขั้นตอน คือ

- ให้รองผบ.ตร. ที่ต้องการเป็น ผบ.ตร. สมัครพร้อมแฟ้มผลงาน ชี้แจงผลงานที่ผ่านมา เพื่อให้กรรมการที่กลั่นกรองใช้ดุลพินิจและความเห็นว่ารองผบ.ตร.คนใดมีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำขององค์กรตำรวจ

- ต้องเปิดให้รองผบ.ตร.ที่สมัครเข้ามาเป็น ผบ.ตร.แสดงวิสัยทัศน์ ให้สังคมได้เห็นว่าจะนำพาองค์กรตำรวจเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างไร

- สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ตร.เข้ามาใช้บริการ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนแต่ยืนยันได้ว่าเป็นตำรวจแน่นอน เพื่อโหวตเลือกว่ารอง ผบ.ตร.คนไหนเหมาะสมเป็นผบ.ตร.เพื่อซาวด์เสียงไปยังนายกฯ ว่าใครคือคนที่ ตร.ส่วนใหญ่อยากให้เป็น ผบ.ตร.

2. กระจายอำนาจของตำรวจไปจังหวัด และให้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ มีบทบาท ซึ่งอาจจะต้องแก้ไขพรบ.ตำรวจ ประชาชนจะได้รู้ว่า ตร.ที่จะย้ายมามีคุณภาพหรือไม่ มีประวัติอย่างไร และทิศทางปราบปรามปัญหาอาชญากรรม

3. นายกฯ ต้องไม่ทำให้ ตร.หิว อย่าทำให้ ตร.ต้องไปหาเงินเองเพื่อความอิ่มท้อง และความสุขสบายของครอบครัว ต้องทำให้ตร.ระดับล่าง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เติมเงินเข้าไป 4,000 ล้านบาทเพื่อไม่ให้ ตร.ระดับล่างควักเนื้อตัวเองเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจต้องยกระดับเรื่องงบประมาณ ลดงบที่ไม่จำเป็นแล้วนำมาให้กับตร.ระดับล่างแทน

4. รัฐบาลต้องส่งเสริมตำรวจชั้นประทวน ให้มีโอกาสเติบโตที่มากขึ้น เช่นคนที่ไม่จบ ป.ตรี ต้องส่งเสริมให้โอกาส ให้ทุนเรียนให้จบ เพื่อให้ได้เติบโต ให้โอกาสตร.ชั้นประทวน ได้มีโอกาสเลื่อนเป็นนายร้อย เพราะเขารู้ระบบงาน ตร.อยู่แล้ว ไม่ต้องไปหานายร้อยจบใหม่ การทำแบบนี้จะทำให้ ตร.ระดับล่างมีความหวังในอาชีพการงานมากยิ่งขึ้น

5. รัฐต้องเลิกให้ ตร.ทำสิ่งที่ไม่จำเป็น ต้องลดภาระของ ตร. สิ่งที่นายกฯ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา ต้องเลิกความไม่จำเป็นเหล่านี้ทั้งหมด งานขอไปติดตามต้องเลิก ให้ ตร.มาโฟกัสช่วยเหลือ ปชช. 

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่าแนวทางกระดุม 5 เม็ดนี้ ไม่ได้สงวนสิทธิ์ว่าเป็นของก้าวไกล ใครที่มีอำนาจมีบทบาทสามารถนำไปใช้เป็นแนวทาง จะปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมก็ไม่มีปัญหา อย่าให้องค์กรตำรวจเป็นเหมือนวันวานที่ผ่านอีกเลย

เรื่องตั๋วตำรวจ ตนเองจัดประเภทไว้ 5 ประเภท คือ 1.ตั๋วช้าง ที่เคยอภิปรายในสภา 2. ตั๋วสร.1(นายกฯ) 3. ตั๋วผบ.ตร 4. ตั๋วนาย และ 5. ตั๋วอื่นๆ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตั๋วของนายกรัฐมนตรีที่เอ่ยถึงนั้น มีความเป็นไปได้ที่เป็นตั๋วสร. 1 และมักจะได้ตามคำขอ

ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่า พรรคก้าวไกลพยายามโยงเรื่องนี้เป็นการเมือง นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า ข้อเท็จจริง คือ นายกรัฐมนตรีมีตั๋ว สร. 1 ใช่หรือไม่ ฝากโดย สส.เพื่อไทยหรือไม่ ถ้าสอบสวนกันจริงๆ จะมี สส.กี่คนที่จะผิดมาตรา 185 และนายกรัฐมนตรี ผิดมาตรา 186 หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริง จะให้ฝ่ายค้านเงียบในเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เราต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ เราทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แต่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาเปิดโปงว่าระบบอุปถัมภ์ ยังมีอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง