โฆษกฯโต้ นายกฯถูกฟ้องม.157 ปม"แต่งตั้ง ผบ.ตร."

โฆษกฯโต้ นายกฯถูกฟ้องม.157 ปม"แต่งตั้ง ผบ.ตร." ยันไม่ได้ลุแก่อํานาจ ยึดหลักกฎหมาย ฟังความคิดเห็นรอบด้าน พร้อมชี้แจงทุกข้อสงสัย
(5ต.ค.66) เวลา 14.40 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นำประเด็นการ"แต่งตั้ง ผบ.ตร." ว่ามีการดำเนินการขัดต่อกฎหมาย โดยได้ไปร้องเรียนที่สำนักงาน ปปช. นั้น
นายชัย ชี้แจงในส่วนของข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงว่า ด้านข้อกฎหมายการ"แต่งตั้ง ผบ.ตร." เป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ มาตรา 77 และมาตรา 78 โดยสาระสําคัญของตัวกฎหมายระบุว่า ผู้ที่จะเป็น Candidate ในการได้รับการเสนอชื่อหรือการแต่งตั้งให้เป็น ผบ.ตร. นั้น จะต้องเป็น รอง ผบ.ตร. หรือเป็นจเรตำรวจ ซึ่งในรอบวาระวันที่ 27 กันยายน 2566 มีผู้ที่เข้าคุณสมบัตินี้อยู่ คือ รอง ผบ.ตร. 4 ท่าน ในส่วนจเรตำรวจมีการเกษียณอายุราชการ ดังนั้นจึงเหลือ Candidate 4 ท่าน
นายชัย กล่าวต่อไปว่า ขณะที่กฎหมายในมาตรา 77 และมาตรา 78 ได้ระบุว่า เกณฑ์ในการคัดเลือกนั้น ให้ยึดถือทั้งอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน ซึ่งมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ ก่อนหน้าปี 2565 นั้น ให้ยึดถืออาวุโสเป็นหลัก และได้มาแก้ให้พิจารณาเรื่องความรู้ความสามารถด้วย โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอชื่อ และที่ประชุม กตร. ลงมติโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งปรากฏว่าในวันนั้น ผู้ได้รับการเสนอชื่อและที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 9 เสียง ต่อ 1 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง โดยทำให้ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ได้รับเลือกเป็น ผบ.ตร.
"ด้านข้อเท็จจริง จาก Candidate ทั้ง 4 ท่าน ในแง่อาวุโส คนทั่วไปจะเข้าใจว่า Candidate ทั้ง 4 อันดับมีอาวุโสเรียงตามกัน ซึ่งไม่ใช่ โดยตามข้อเท็จจริง อาวุโสมีสองระดับ คือ 1 กับ 2 - 4 ซึ่งหนึ่งคือ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ซึ่งอาวุโสที่สุดมากกว่าอีก 3 ท่านหนึ่งปี ขณะที่อันดับรองลงมา ทั้ง 3 ท่าน มีอาวุโสเท่ากัน ขึ้นรอง ผบ. ตร. พร้อมกัน ในปีเดียวกัน" นายชัย กล่าว
นายชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในเรื่องความรู้ความสามารถ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ นั้น นายกรัฐมนตรีได้เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นของคณะกรรมการ กตร. ในแง่ของมุมมอง ว่าความรู้ความสามารถของ Candidate แต่ละท่านนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งที่ประชุมได้ใช้เวลาพอสมควร เรียกว่าแทบจะทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ร่วมด้วย ผบ.ตร. (พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์) ในขณะนั้น ในฐานที่ผู้บังคับบัญชาของ Candidate ทั้ง 4 ได้เป็นผู้นำเสนอและประเมินแต่ละท่านด้วย
นายชัย กล่าวด้วยว่า ดังนั้นได้ฟังการประเมินความรู้ความสามารถอย่างรอบด้าน ซึ่งเมื่อประเมินแล้วเห็นว่า ความแตกต่างเรื่องอาวุโส ต่างกันเพียงแค่ปีเดียว แต่เรื่องของความรู้ความสามารถที่ได้ฟังจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจสะท้อนออกมา นายกรัฐมนตรีจึงได้ตัดสินใจเสนอชื่อพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ซึ่งที่ประชุมจากที่ได้ฟังการอภิปรายได้ฟังข้อมูลรอบด้าน เห็นชอบกับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี 9 ต่อ 1 เสียง
"ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริงตามตัวบทกฎหมาย ถูกต้องตามหลักการทุกประการ และข้อเท็จจริงมีความชอบธรรม สมเหตุสมผล ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ลุแก่อํานาจ ท่านยึดตามหลักกฎหมายและได้ฟังอย่างรอบด้านแล้ว" นายชัยฯ กล่าว
นายชัย กล่าวยังกล่าวถึงกรณีที่มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ว่า ก็จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง ถ้าต้องไปชี้แจงที่ไหนก็สามารถชี้แจงได้ ไม่ใช่เพียงตัวท่านนายกรัฐมนตรี ผู้ที่อยู่ในที่ประชุม ผู้ที่นั่งฟังอยู่เขารู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ซึ่งสามารถชี้แจงได้ทุกคน




