มีเสียงแตก! เงินดิจิทัลตัดสิทธิ์คนรายได้เกิน 2.5 หมื่น

ประชาชนเสียงแตก! เงินดิจิทัลตัดสิทธิ์คนรายได้เกิน 2.5 หมื่น ยกเหตุผลน่าฟังทั้ง 3 กลุ่ม
จากที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เตรียมชงระเบียบการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต โดยกำหนดให้คนมีรายได้สูง ไม่มีสิทธิ์ได้ร่วมโครงการ คือ จะให้เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , ไม่ให้ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนเกิน 5 หมื่นบาท มีเงินในบัญชีเกิน 5 แสนบาท และ ดิจิทัลวอลเล็ต จะไม่ให้ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนเกิน 2.5 หมื่นบาท มีเงินในบัญชีเกิน 1 แสนบาท นั้น
ล่าสุดวันนี้ (27 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่า เริ่มมีเสียงสะท้อนจากประชาชน ในพื้นที่ จ.ชัยนาท ซึ่งแตกออกเป็น 3 แนวทาง คือ
1. กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตตั้งแต่แรก
อย่างนายสมเกียรติ์ (ข้าราชการเกษียณ) ที่บอกว่า การแจกเงินเท่าที่ผ่านมา มองว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ถูกจุด หรือตรงประเด็นปัญหามากนัก เพราะหลักสำคัญของเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ คือการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่แท้จริงให้กับประชาชน ไม่ใช่เอาเงินลงไปแจก แล้วบอกว่าเป็นรายได้ให้เอาไปใช้จ่าย ซึ่งเป็นการหลอกตัวเอง แต่ไม่ใช่รายได้ที่แท้จริง
การทำแบบนี้ เป็นการทำลายความมั่นคงทางการเงินการคลังของประเทศ ตนจึงอยากให้ยกเลิกโครงการนี้ไปเลยดีกว่า เพราะคิดว่า จะสร้างภาระปัญหาระยาวในอนาคต

2. กลุ่มคนที่สนับสนุนหลักการทั้ง 3 ข้อ ของกระทรวงการคลัง
อย่างนางสะอาด เอมแย้ม เห็นว่า กระทรวงการคลังทำถูกแล้ว เพราะผู้ที่ความเดือดร้อนจริงๆ คือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย การช่วยเหลือก็ควรอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่เอาเงินจำนวนมหาศาลไปแจกคนทุกกลุ่ม เพราะคนกลุ่มที่มีรายได้สูง เงินจำนวน 1หมื่นบาท แทบจะไม่มีความหมาย ได้หรือไม่ได้ ก็ไม่ได้รับผลกระทบ
ดังนั้น ควรลดงบประมาณจากคนกลุ่มนี้คือที่มีรายได้สูงอยู่แล้ว เอาไปใช้ประโยชน์ทางอื่นจะเหมาะสมกว่า

3. กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทาง 3 ข้อ ของกระทรวงการคลัง เพราะประชาชนควรได้รับทุกคน
อย่างนายบรรจง พุ่มโพธิ์ ระบุว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้เงินภาษีของประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นประชาชนผู้เสียภาษี(หมายรวมถึงภาษี VAT ด้วย) จึงควรได้รับสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องเข้าถึงสวัสดิการของรัฐทุกคน อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
ส่วนใครจะเอาไปใช้ซื้อหรือใช้ทำอะไร ก็ควรให้เป็นสิทธิส่วนตัวของแต่ละคน แต่ควรที่จะต้องแจกให้ทุกคน ไม่ควรแบ่งแยกหรือกีดกันคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกไป เพราะจะสร้างรอยร้าวทางสังคมให้มากขึ้น




