“พลพีร์” เดินหน้าปราบ รร.นอมินี ลั่นไม่คุย ไม่รับเคลียร์!

ข่าวเวิร์คพอยท์
“พลพีร์” เดินหน้าปราบ รร.นอมินี ลั่นไม่คุย ไม่รับเคลียร์!

“พลพีร์” รมช.มหาดไทย ลุยย่านห้วยขวาง กทม. เดินหน้าปราบโรงแรมนอมินี แฉกลางวงสื่อมีนายทุนโทรมาจะขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้เจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ลั่นไม่คุย “ผิดคือผิด กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์”

(10 ส.ค. 69) วานนี้(9 ส.ค.) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินีและโรงแรมผิดกฎหมายในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

.

ปฏิบัติการครั้งนี้มีหน่วยงานหลายฝ่ายร่วมสนธิกำลัง ทั้งกรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้นโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

.

เจ้าหน้าที่เข้าสุ่มตรวจโรงแรมสถานประกอบย่านห้วยขวาง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ ก่อนพบข้อสงสัยหลายประการ ทั้งการประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนปัญหาด้านระบบความปลอดภัยของอาคาร

.

นอกจากนี้ การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบางกิจการยังพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่าย “นอมินี” โดยมีชาวจีนถือหุ้น 49% และหญิงไทยซึ่งเป็นภรรยาถือหุ้นอีก 51% แต่จากการสอบปากคำพบว่า หญิงไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าหุ้น การเปิดบริษัท หรือการบริหารกิจการ ขณะที่เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทรับทำบัญชีและสำนักงานกฎหมายที่อาจเกี่ยวข้อง จึงต้องขยายผลต่อไป

.

นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการตรวจภายในโรงแรมเป้าหมาย ยังพบข้อกังวลเรื่องบันไดหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าพักหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่การตรวจแรงงานพบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในจุดที่เข้าตรวจ รวมถึงพบการทำงานบางประเภทที่เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย

.

แต่ประเด็นที่นายพลพีร์ระบุว่า “น่าตกใจ” เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน เมื่อมีผู้ประกอบการพยายามติดต่อเข้ามาเพื่อ “ขอเคลียร์” พร้อมกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานในพื้นที่ห้วยขวาง รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

.

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า ผู้ติดต่อยังอ้างด้วยว่าไม่ได้มีการจ่ายเงินเฉพาะสถานประกอบการที่ถูกตรวจในวันนี้ แต่มีการ “จ่ายกันเป็นงวดๆ” ในสถานบริการหลายแห่งอยู่แล้ว “อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องสื่อมวลชนน่าจะได้เก็บวิดีโอ เก็บฟุตเทจ เก็บเสียงไปแล้ว ก็คือตัวเจ้าของร้านมีการพยายามติดต่อในการขอเคลียร์ แล้วก็อ้างถึงหน่วยงานต่างๆ”

.

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า “สิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เขาอ้างอิงถึงเจ้าหน้าที่ในเขตห้วยขวางเองด้วย อ้างถึงเจ้าหน้าที่ของ ตม. เองด้วย และไม่ได้ขอเคลียร์เฉพาะสถานที่ที่เรามาตรวจวันนี้ เขาบอกว่าเขาจ่ายกันเป็นงวดๆ ในหลายสถานบริการอยู่แล้ว”

.

จึงสั่งให้กรมการปกครองประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ติดตามตัวผู้ที่โทรศัพท์เข้ามา รวมทั้งตรวจสอบบุคคล 2–3 รายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็นใครและมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่

.

นายพลพีร์ ย้ำว่า ข้าราชการรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงไม่ควรใช้อำนาจหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาเบียดบังอาชีพหรือธุรกิจของคนไทย หากการสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมาย

.

พร้อมกันนี้ยังประสานกรมที่ดินตรวจสอบกรรมสิทธิ์และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้อง หากพบการถือครองที่ดินผ่านนอมินีหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการเพิกถอนสิทธิและบังคับจำหน่ายที่ดิน

.

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตรียมขยายการตรวจสอบไปถึงเส้นทางการเงิน หลังพบ QR Code บางรายการเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ การชำระเงินที่ไม่ได้เข้าสู่บัญชีธนาคารในประเทศไทย รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม Food Delivery ต่างชาติที่ต้องตรวจสอบเรื่องการจดทะเบียนและภาษีเพิ่มเติม

.

นายพลพีร์ ระบุว่า ปฏิบัติการจะไม่หยุดเพียงห้วยขวางหรือกรุงเทพมหานคร แต่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยตรวจทั้งข้อมูลร้องเรียน แพลตฟอร์มออนไลน์ และเส้นทางการเงินของธุรกิจต้องสงสัย

.

“ผิดก็คือผิด” ไม่ว่าจะเป็นทุนต่างชาติ นอมินี นายหน้า บริษัทกฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเดียวกัน เพราะหากกฎหมายยังสามารถถูก “เคลียร์” ได้ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็ไม่เหลือความหมาย

.

นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายอนุทินมีนโยบายชัดเจนไม่ยอมรับการทุจริตและข้าราชการที่พัวพันกับทุนสีเทา โดยย้ำหลักการทำงานว่า “ให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่สนว่าเป็นใครหรือสังกัดหน่วยงานใด หากผลการสอบสวนพบความผิด ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง