“ประเสริฐ” สั่งกระทรวงดิจิทัลฯ ประสาน กสทช. วางระบบ SMS เตือนภัย

“กระทรวงดีอี” เอาจริง วางระบบ SMS เตือนภัยจากภาครัฐอย่างเจาะจง พร้อมเดินหน้าบล็อกเว็บซื้อขายอาวุธเถื่อน
(4 ต.ค. 66) ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ หรือจากเหตุรุนแรงอื่น ประเด็นหนึ่งที่จะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันเสมอๆ คือเรื่องของระบบแจ้งเตือนเหตุผ่านทาง SMS หรือเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่นเดียวกับที่มีในหลายประเทศ เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนสามารถระมัดระวังตัวได้ทันท่วงทีหากอยู่ในพื้นที่อันตราย หรือเพื่อให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่อันตราย
ล่าสุด มีรายงานว่าหลังเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างสยามพารากอนวานนี้ นายเศรษฐฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหลายหน่วยงานเพื่อวางแผนเรื่องการแจ้งข้อมูลฉุกเฉินแก่ประชาชน โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ระบุว่าขณะนี้กระทรวงฯ ได้ประสานงานร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในประเด็นดังกล่าว
โดยขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตั้งศูนย์สั่งการ(command center) เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รู้ว่าต้องรับคำสั่งจากใคร ส่งอย่างไร ซึ่ง กสทช. จะออกกฏระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจะอัปเดตซอฟต์แวร์ที่กระจายส่งสัญญาณ ให้ใช้การกระจายข่าวผ่านระบบดังกล่าวได้โดยเร็ว
นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ยังได้สั่งการให้เร่งปิดกั้นเว็บการซื้อขายอาวุธผิดกฎหมาย รวมทั้งเร่งประสาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อปราบปรามจับกุมขยายผลต่อ และขอเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธออนไลน์ ว่ามีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ และมีโทษดัะงต่อไปนี้
ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และที่แก้ไขเพิ่มเติม - ผู้ซื้ออาวุธปืนออนไลน์ มีความผิดฐาน “ซื้ออาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 - 10 ปีและปรับตั้งแต่ 2,000 - 20,000 บาท - ผู้ขายอาวุธปืนออนไลน์ มีความผิดฐาน “จำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับ อนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 20 ปีและปรับตั้งแต่ 4,000 - 40,000 บาท
การขายของออนไลน์โดยนำเข้าข้อมูลเท็จ หลอกลวง มีความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 ตาม มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่ การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกิน 5 ปีไม่เกิน 100,000 บาท




