ไม่มั่นใจเงินดิจิทัล เหตุเปลี่ยนเงื่อนไขจนไม่น่าเชื่อถือ แม่ค้ายังหวั่นภาษีย้อนหลัง

ชาวบ้านบางส่วนไม่มั่นใจเงินดิจิทัล เหตุเปลี่ยนเงื่อนไขจนไม่น่าเชื่อถือ ห่วงคนแก่ใช้ไม่เป็น แต่ยังหวังจะได้มาใช้จ่าย ส่วนแม่ค้ายังหวั่นภาษีย้อนหลัง
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี หลังจากรัฐบาลได้เปลี่ยนเงื่อนไข ของผู้ที่จะได้รับเงินดิจิทัลล่าสุด ซึ่งมีอยู่ 3 ข้อคือ
1.) ให้เฉพาะผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 15-16 ล้านคน ใช้งบประมาณ 1.5-1.6 แสนล้านบาท
2.) ตัดผู้มีรายได้เกิน 5 หมื่น/เดือน เงินในบัญชีมากกว่า 5 แสนบาท ผู้ที่เข้าเกณฑ์ 49 ล้านคน ใช้งบฯ 4.9 แสนล้านบาท
3.) ตัดผู้ที่มีรายได้เกิน 2.5 หมื่น/เดือน เงินในบัญชีมากกว่า 1 แสนบาท ผู้ที่เข้าเกณฑ์ 43 ล้านคน ใช้งบฯ 4.3 แสนล้านบาท
โดย น.ส.วราดา ทองเปรม อายุ 27 ปี แม่ค้าร้านต้มเลือดหมูจันทิพย์ ระบุว่า อยากให้ลูกค้าที่จะได้มาใช้กันในร้าน แต่ก็อาจจะมีปัญหาต่างๆตามมา และกลัวในเรื่องของภาษีย้อนหลัง เพราะในคราวที่มีโครงการคนละครึ่ง ที่ร้านเข้าร่วมโครงการ โดนเก็บภาษีย้อนหลังถึง 2 หมื่นกว่าบาท คิดภาษีจากรายรับโดยไม่หักรายจ่ายออกเลย ว่าเหลือกำไรที่ควรนำมาเก็บภาษีเท่าไหร่ จึงอยากให้แก้ไขปัญหานี้ให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต่างๆด้วย

ส่วนการใช้เงินดิจิทัลนี้ เกรงว่าจะมีปัญหาตามมาอีกเยอะ เช่น บางคนไม่มีความรู้ในการใช้ ผู้สูงอายุจะไม่เข้าใจการใช้กับร้านค้า จึงอยากให้แจกมาผูกกับบัตรประชาชน หรือระบบที่ง่ายกว่านี้ ไม่ต้องมาสแกนมือถือ เพราะบางคนไม่มีสมาร์ตโฟน หรือ โทรศัพท์ที่ใช้อินเตอร์เน็ต

ด้านนางสมบูรณ์ กลบกลางดอน อายุ 64 ปี เปิดเผยว่า หากให้ใช้ระยะ 4 กิโลเมตร แถวบ้านนอกคงไม่มีร้านค้ามากพอ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นใช้ได้ทุกที่ก็ดี เพราะจะได้ให้ลูกไปซื้ออุปกรณ์การเรียน และยังคงรอคอยเงินดิจิทัล ตามที่ทางรัฐบาลจะให้อยู่ แต่ถ้าไม่ไม่ได้ ก็ไม่ว่าอะไร ตอนนี้ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะมีคนจำนวนมากที่ต้องการ แต่ก็คงรอความหวังอยู่ว่าจะได้ใช้

ขณะที่ น.ส.วาสนา มองว่า เงินดิจิทัลที่จะแจก น่าจะมีปัญหาตามมาเยอะมาก เพราะขนาดเงินยังไม่ออกมา ประชาชนก็รอกันอย่างมีความหวัง ซึ่งตอนนี้ก็มีที่ผิดหวัง เพราะทางรัฐบาลเริ่มมีนโยบายตัดตอนเงื่อนไขต่างๆ ไม่เหมือนในตอนแรกที่บอกว่า ผู้ที่เป็นคนไทยจะได้หมดทุกคน แต่พอถึงเวลาที่จะแจก กลับมีเงื่อนไขตามมาอีกเยอะมาก ปรับเปลี่ยนการแจกอยู่เรื่อย ทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลงไป




