"จุรินทร์" สวน "เศรษฐา" ฟังไม่ได้ศัพท์ - เคยเป็นเซลล์แมนประเทศมาก่อนมีผลงาน FTA เพียบ

"จุรินทร์" สวน "นายกฯ" ฟังไม่ได้ศัพท์ ยันผลงาน FTA ในอดีตเพียบสมัยเป็น รมว.พาณิชย์
4 ม.ค. 67 บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 เป็นวันที่ 2 ในการอภิปรายเริ่มเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน พูดถึงการอภิปรายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา มีการตั้งฉายางบประมาณฉบับที่รัฐบาลกำลังเสนออยู่ว่าเป็นร่าง “งบเป็ดง่อย” และ “นักกู้ถุงเท้าสีชมพู” นั้น
โดยเฉพาะเรื่องฉายา “นักกู้ถุงเท้าสีชมพู” นายกฯ เศรษฐาบอกว่า "เป็นสีสันไม่เป็นไรครับ เพราะทุกคนก็กู้หมดแหละครับ แต่สำคัญว่ากู้แล้วนำมาทำประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างไรบ้าง ผมมั่นใจในรัฐบาลนี้และเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง จะใส่ถุงเท้าสีไหนก็ทำงานได้มันไม่เกี่ยวกัน"
ส่วนประเด็นเรื่อง กระทรวงพาณิชย์ ที่ นายจุรินทร์ เคยดูแลอยู่ นายกฯ เศรษฐา บอกว่า ตนมั่นใจว่าในระยะเวลา 1 ปี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะทำงานได้มากกว่าที่นายจุรินทร์ทำมาตลอด 4 ปี พร้อมยกตัวอย่างเรื่อง เรื่องสนธิสัญญา การค้าระหว่างประเทศ หรือ FTA ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันทำได้ดีกว่า นายเศรษฐา ย้ำว่า 'รัฐบาลมีความตั้งใจจริงและรัฐมนตรีทุกท่านมีความปรารถนาดี'
ล่าสุดนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ออกมาตอบโต้ นากฯในประเด็นดังกล่าวว่า นายกฯอาจจะปากไวไป และตนเคยเป็นเซลส์แมนส์ประเทศตัวจริงมาก่อน
"ท่านนายกฯฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะเมื่อวานที่อภิปรายไม่ได้พูดถึงกระทรวงพาณิชย์ แต่พูดถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณว่าเหมือน "งบเป็ดง่อย" เพราะมีเวลาใช้เพียง 5 เดือน จากงบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท ซึ่งโดยปกติประสิทธิภาพการใช้งบลงทุนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรามีประสิทธิภาพแค่ 70 % ระยะเวลาก็เหลือเพียง 5 เดือนคือ 40 % ของเวลาทั้งหมด สุดท้ายงบประมาณฉบับนี้จะกลายเป็นงบเป็ดง่อย ไม่สามารถนำไปสู่การกระตุ้น GDP ตามเป้าหมายได้ การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดถึงกระทรวงพาณิชย์ ตนมองว่า ท่านพูดเร็วไปหน่อย หรืออาจจะปากไวไปหน่อย"
"ที่บอกว่าอยู่ 1 ปี ทำมากกว่าผม 4 ปี ไม่เป็นไร เพราะผมไม่ได้ไปวิจารณ์กระทรวงพาณิชย์ แต่ที่นายกรัฐมนตีพูดถึงเรื่อง FTA ยืนยันเลยว่าในยุคที่ผมเป็น รมว.กระทรวงพาณิชย์ เราทำ FTA เยอะที่สุดยุคหนึ่ง"
นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จนับตั้งแต่ RCEP ในรัฐบาลที่แล้วที่ตนนั่งเป็นประธานประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ 15 ประเทศ ทำให้ RCEP บังคับใช้ได้ ซึ่งกลายเป็น FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมี FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป 27 ประเทศ ตนเดินทางไปเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปด้วยตัวเอง ก่อนจะพ้นตำแหน่ง และได้ประกาศร่วมกันอย่างเป็นทางการว่าจะนับหนึ่งในการดำเนินการ เพื่อนำไปสู่การประกาศใช้ต่อไป ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกันยังมี FTA ระหว่างไทยกับ UAE ตะวันออกกลาง และ FTA ไทย-EFTA ที่มี 4 ประเทศคือไอซ์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตล์ นอร์เวย์ ซึ่งเป็นการนับหนึ่งในการเจรจาเพื่อจะลงนามกันต่อไป ที่สำคัญยังมี Mini-FTA ที่เกิดขึ้นในยุคตน ซึ่งมีการเซ็นต์สัญญา Mini-FTA อย่างน้อย 7 ฉบับ เช่น กับไหหลำ กับ มณฑก่านซู่ กับเมืองเซิ่นเจิ้น และของเกาหลีใต้ก็มีที่ทำกับเมืองคยองกี เมืองปูซาน ของ เกาหลีใต้ และกับเมืองโคฟุ ของญี่ปุ่น รวมถึงกับรัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นนวัตกรรมการค้าเชิงลึก เป็น FTA ระหว่างรัฐหรือเมืองสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องทำระหว่างประเทศเสมอไป
ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์ ยังบอกด้วยว่า ตนเองเป็นเซลล์แมนประเทศตัวจริงในขณะนั้น ซึ่งเป็นคำที่นายกรัฐมนตรีได้นำมาใช้อยู่ในขณะนี้ โดยตนใช้มาก่อน พร้อมออกตัวว่า ถ้าพูดเรื่อง FTA ตนไม่ขอวิจารณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีมาบอกว่า 4 ปี ตนมีผลงานน้อยกว่ารมว.พาณิชย์คนใหม่ ตนคิดว่าท่านต้องระวังเรื่องข้อมูล
"ไวไปมันไม่คุ้มหรอกครับ เดี๋ยวจะไปสร้างความเสียหายเหมือนกับประเด็นที่เคยเป็นมาอีก”
นายจุรินทร์กล่าวสุดท้ายว่า ยืนยันว่าไม่ตั้งใจตอบโต้แต่ต้องชี้แจงให้เข้าใจ ส่วนรัฐบาลนี้มาทำงาน 3-4 เดือน แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่า 1 ปีนั้น เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะต้องระมัดระวังเรื่องการคิดเร็ว พูดเร็ว ไม่อยากใช้คำว่า "ปากไว" เพราะตนก็ให้เกียรติท่าน




