8 จังหวัดแชมป์ สว. มีนัยยะสัมพันธ์พรรคดัง - “ไอลอว์” ชี้พิรุธเพียบ จี้ กกต.ตรวจสอบ

ข่าวเวิร์คพอยท์

“ไอลอว์” ชี้ 8 จังหวัดได้ที่นั่ง สว.มากที่สุดมีนัยยะสัมพันธ์พรรคภูมิใจไทย เปิดกราฟคะแนนพบ ผู้สมัคร สว.ที่ได้ลำดับ 1-6 ได้คะแนนสูงและเป็นกลุ่มเป็นก้อนผิดปกติเห็นได้ชัด แฉ!!! ผู้สมัครคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุอื้อ ทั้งสายสื่อและอื่นๆ จี้ กกต.ต้องตรวจสอบ หากเพิกเฉย จะผิด ม.157

(28 มิ.ย. 67) งานเสวนา สว.67 ทางข้างหน้า จากสิ่งที่เห็น จัดโดยคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เชิญนักวิชาการ ผู้สมัคร สว.และ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน(iLaw) มาเสวนาจากการสังเกตการเลือกสว.ระดับประเทศในวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อสังเกตมากมายถึงลักษณะการลงคะแนนที่มีผู้สมัครบางคนในหลายกลุ่มได้รับคะแนนกระโดดห่างจากผู้สมัครรายอื่น จนผิดสังเกต

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ ระบุว่า การเก็บข้อมูลผู้สมัคร ส.ว.ที่ได้รับคะแนนจนเป็นว่าที่ ส.ว. 200 คน และรายชื่อสำรอง 100 คน จากผู้สมัครที่เข้าสู่รอบเลือกไขว้ 800 คนจาก 77 จังหวัด โดยทางกลุ่มไอลอว์ได้เก็บข้อมูลจาก 8 จังหวัดที่เรียกว่าเป็น Top 8 ที่มีผู้สมัครเข้าสู่รอบเลือกไขว้สูงที่สุดจนมีความผิดปกติ เป็นกลุ่มที่มีลักษณะรวมกันเราอยู่ ถ้าแยกกันอยู่ไม่ได้เป็น ส.ว. ประกอบด้วย พระนครศรีอยุธยา สตูล บุรีรัมย์ มีผู้เข้ารอบ 38 คน, อ่างทอง เลย มีผู้เข้ารอบ 37 คน, อำนาจเจริญ 36 คน, ยโสธร 34 คน, สุรินทร์ 28 คน

ซึ่งใน 8 จังหวัดพบว่ามีจำนวนผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว.มากที่สุด เช่น บุรีรัมย์ 14 คน อยุธยา 7 คน สตูล อ่างทอง 6 คน เลย อำนาจเจริญ 5 คน ยโสธร 2 คน และสุรินทร์ 7 คน ซึ่งผู้สมัคร สว.ทั้ง 8 จังหวัดที่ได้เป็นสว.มี 52 คน สัดส่วน 25 เปอร์เซนต์ของจำนวน สว.ทั้งหมด 200 คน กลุ่มไอลอว์ตั้งข้อสังเกตเมื่อนำจำนวน สว. 8 จังหวัดนี้เทียบกับ สส.ของพรรคภูมิใจไทยมีความนัยยะความสัมพันธ์กันเพราะเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มี สส.จำนวนมากที่สุดใน 8 จังหวัดที่มี ผู้สมัคร สว.ได้รับเลือก เช่น อยุธยามี สส. 3 คน บุรีรัมย์ 5 คน สตูล 2 คน เลย 1 คน เป็นต้น 

นายยิ่งชีพ ได้อธิบายถึงตัวเลขของผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอยกตัวอย่างที่ จ.บุรีรัมย์ มีผู้สมัครที่มีลักษณะมาสมัครเป็นคู่ เช่น อ.หนองกี่มาสมัครในกลุ่ม 3  อ.ห้วยราช สมัครในกลุ่มทำนา เป็นต้น ผู้สมัครที่มาจาก 8 จังหวัดที่ชนะได้เป็น สว. ในช่วงเลือกไขว้ จะได้คะแนน 50-70 คะแนน

ไอลอว์ได้ทำกราฟฟิกเปรียบเทียบคะแนนสองกลุ่ม ผู้สมัครในกลุ่ม top 8 จังหวัด และ 69 จังหวัดที่เหลือ ซึ่งพบว่า คะแนนของกลุ่ม top 8 มีลักษณะการเกาะเป็นกลุ่มๆ สังเกตได้ชัดเจนว่ามีผู้สมัครบางคนเข้ามาเพื่อมาโหวตให้คนที่เป็นตัวจริง ซึ่งดูออกเลยว่าใครเป็นตัวจริง ใครเป็นคนได้คะแนน

เช่น คนที่ได้เป็นว่าที่ สว. ได้คะแนนเกินที่มีการคาดการณ์ตามระบบน่าจะไม่เกิน 50 คะแนน แต่กลับมามีผู้สมัครบางคนได้มากถึง 79 คะแนน เรียกว่ากลุ่มตัวจริงในกลุ่มนี้มีได้คะแนน 40-80 คะแนน  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า เป็นกลุ่มที่มีคะแนนสูงอันดับ 1-6 เรียกว่าคะแนนเป็นการล้มกระดาน เมื่อมาดูคะแนนอันดับที่ 7 -10 ของผู้สมัครพบว่าได้คะแนนไม่ถึง 20 คะแนน คะแนนทิ้งห่างเห็นได้ชัด 

นอกจากนี้ กลุ่มไอลอว์ได้ตรวจคุณสมบัติ ผู้สมัคร สว.ที่เป็นว่าที่ สว. ซึ่งพบว่ามีผู้สมัครเกือบ 100 คนจาก จำนวนผู้สมัครที่เข้ารอบไขว้ 800 คน มีคุณสมบัติต้องห้าม แต่ได้รับคะแนนกลายเป็นว่าที่ สว. เช่น ผู้สมัครชื่อ ปุณนภา ผู้สมัครกลุ่ม 12 ธุรกิจอุตสาหกรรม พบประวัติจากประกาศของ ป.ป.ช.พบว่ามีหนังสือให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินในปี 2563 เพราะเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องลาออกมาอย่างน้อย 5 ปี

นายกิตตศักดิ์ ผู้สมัคร กลุ่มที่ 19 เคยถูกศาลพิพากษาในความผิด ป.ป.ช.ฐาน ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีคำพิพากษาให้จำคุกแต่ให้รอลงอาญา และยังพบ ผู้สมัคร สว.ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่ม 5 เป็นกลุ่มทำนาปลูกพืชล้มลุก แต่ผู้สมัครจังหวัดสตูล คือ นายสมพร ระบุ ปลูกผักกินเอง และนายจิราวุธ ระบุว่าทำสวน ซึ่งผิดคุณสมบัติ และกลุ่ม 17 ผู้ทำสาธารณประโยชน์ พบผู้สมัคร นายชาญชัย ระบุเป็นครู ซึ่งเป็นข้าราชการ ไม่ใช่ภาคประชาสังคม นางทัศนียวรรณ ระบุเป็น อสม. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่รัฐมอบหมายให้ทำไม่ใช่ภาคประชาสังคม

และสื่อสื่อสารมวลชน กลุ่มที่ 18 พบว่า นางคอดียะห์ อายุ 64 ปี ระบุทำประชาสัมพันธ์เสียงตามสายในหมู่บ้าน นางอุบล ระบุเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้อบรมเครือข่ายประชาสัมพันธ์ นายปรีดาระบุว่า เป็นไวยาวัจกรของวัด นายชัยณรงค์ ระบุเป็นพิธีกรงาน ซึ่งตามหลักการแล้วบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่สื่อสารมวลชน ไม่ใช่ว่าใครที่เคยจับไมค์จะเป็นสื่อสารมวลชนได้ เป็นต้น  

ดังนั้น กลุ่มไอลอว์ จึงเรียกร้องให้กกต.ทำการตรวจสอบถึงคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็น สว.อย่างละเอียด โดยหากผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือคุณสมบัติไม่ตรง จะต้องไม่รับรองในวันที่ 2 ก.ค.นี้ ซึ่งแม้จะช้าไป แต่ถ้ากกต.ไม่ทำการตรวจสอบ ถือว่ามีความผิดในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ขอให้ตรวจอบเอาผิดย้อนหลังว่า การที่มีผู้สมัครคุณสมบัติไม่ตรงหรือ ผู้ที่ขาดคุณสมบัติมาสมัครนั้นมีคนเชิญชวนให้มาสมัครหรือไม่ ถ้ามีขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย  แต่ถ้า กกต.ยังไม่ทำถือว่ามีความผิดละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

8 จังหวัดแชมป์ สว. มีนัยยะสัมพันธ์พรรคดัง - “ไอลอว์” ชี้พิรุธเพียบ จี้ กกต.ตรวจสอบ | Workpoint News