สั่งเข้มงวดค้าสัตว์ต้องมีใบอนุญาต เซ่นไฟไหม้ตลาดสัตว์จตุจักร
ผู้ว่า 'ชัชชาติ' สั่งออกมาตรการเข้มให้ผู้ค้าขอออกใบอนุญาตฯค้าสัตว์ 'ถ้าทำไม่ได้ไม่ให้เปิด' หลังที่ผ่านมาการใช้กฎหมายมีความหละหลวม
วันนี้ 12 มิ.ย.67 เวลา 16:00 น. ที่ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าการราชกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีเหตุไฟไหม้ตลาดศรีสมรัตน์ จตุจักร ความเสียหายรวม 133 ล็อค อยู่ในพื้นที่การรถไฟฯ
โดย นายชัชชาติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ตนยังไม่ได้พูดคุยหารือใดๆกับ รฟท. แต่จากนี้ กทม. จะ เพิ่มความเข้มงวดในกิจการค้าสัตว์ นำเหตุการณ์ที่เกิดมาเป็นบทเรียน ที่ผ่านมาการออกใบอนุญาตร้านขายสัตว์ ของ กทม. ยังไม่เข้มงวด มีไม่กี่รายที่ขอใบอนุญาต แต่จากนี้จะเข้มงวด ตั้งแต่ รฟท.ต้องขออนุญาตเรื่องการเปิดตลาด ส่วนผู้ค้าต้องขออนุญาต จากกทม.และ กรมปศุสัตว์ ก่อนจะเปิดค้าสัตว์ ซึ่งจะนำมาตรการดังกล่าวขยายใช้เป็นมาตรฐานทุกที่ทั่วประเทศด้วย
ด้าน นายบุญญกฤต ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในกิจการการค้าสัตว์ ต้องขอใบอนุญาตก่อนดูเรื่องสภาพที่เหมาะสม สวัสดิภาพสัตว์ ต้องขอความร่วมมือแจ้งเพื่อออกใบอนุญาต ซึ่งกรมฯจะดูสัตว์ที่อยู่ในทะเบียนบางส่วน แต่สัตว์อื่นๆเช่น เต่า ปลา ไม่อยู่ในทะเบียน จึงอาจต้องมีหน่วยงานอื่นมาร่วม เป็นเรื่องของกรมอุทยานฯที่ต้องไปดูการอนุญาตเช่น สัตว์ป่า ต้องมีใบอนุญาตนำเข้ากับเพาะเลี้ยง ส่วนผู้ซื้อต้องขออนุญาตด้วย หากไม่ขอจะโดนข้อหาลักลอบค้าสัตว์ป่า
ผู้ว่าฯ ย้ำว่า กทม. รับผิดชอบใบอนุญาตประกอบกิจการอันตราย ต้องให้ทุกร้านมาขอเป้าหมายถ้าทำไม่ได้ไม่ให้เปิด ขณะที่มาตรการเยียวยาเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดเยียวยาตามเพดานที่ตั้งไว้ ส่วนสาเหตุ อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐาน 1-2 วัน คาดชัดเจน
รายงานสรุปพบพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 118 ร้าน และมีอีก 15 ร้าน ที่ได้รับผลกระทบบางส่วน หลังเกิดเหตุมีสัตว์ตายจำนวนกว่า 5 พันตัว เช่น ปลา 3500 ตัว/สุนัข 37 ตัว /ลิง 2 ตัว นก 1382 ตัว /กระรอก 30 ตัว / เต่า 100 ตัวแมว 25 ตัว แรคคูน 10 ตัว /ไก่ 217 ตัว และมีสัตว์อื่นอีกที่ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุถือเป็นบทเรียนที่สำคัญในการกลับมา กลับมาเข้มงวดเรื่องการป้องกันอัคคีภัย เพราะหากมองผู้เสียหายที่แท้จริงคือสัตว์ที่ตายไปกว่า 5000 ตัว
ส่วนของกรณีเหตุอัคคีภัยที่เกิดขึ้น กทม.มีข้อกำหนดเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาให้ได้รายละไม่เกิน 11,400 บาท โดยกลุ่มผู้ค้าต้องมีเอกสารการรับรองจากการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เข้ามาแสดงเพื่อขอรับความช่วยเหลือ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :




