กระชับสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำพร้อมผู้นำ 23 ประเทศ

‘เศรษฐา’ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ‘สี จิ้นผิง’ เป็นเจ้าภาพ - “ปูติน” ตอบรับเยือนไทย ย้ำเจตจำนงร่วมกันยกระดับความสัมพันธ์ในทุกมิติ

นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ร่วมเดินหน้าความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทย-จีน
(17 ตุลาคม 2566) เวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปักกิ่ง) ณ Reception Hall มหาศาลาประชาชน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยภายหลังเสร็จสิ้น นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 74 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 รวมถึงความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Asian Games ครั้งที่ 19 ณ นครหางโจว โดยยังได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างยิ่งที่มีนักท่องเที่ยวจีนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ห้างสรรพสินค้าในไทย ย้ำรัฐบาลไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด พร้อมกับได้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างดีที่สุด
ด้านประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีนกล่าวว่า จีนให้ความสำคัญกับการเยือนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนพร้อมร่วมมือกับไทยในกรอบพหุภาคี ทั้งกรอบอาเซียนและกรอบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โอกาสนี้ ประธานสภาฯ ฝากความระลึกถึงประธานรัฐสภาไทย ยืนยันจีนต้องการมีความร่วมมือกับไทยในระดับรัฐสภา และในทุกระดับ
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นที่สนใจร่วมกัน ดังนี้
นายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ และการขจัดความยากจน และยินดีที่ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทย-จีนก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จีนเป็นทั้งคู่ค้าและนักลงทุนต่างชาติอันดับ 1 ของไทยในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ยังมีศักยภาพพัฒนาได้อีกมาก โดยไทยมีศักยภาพและนโยบายที่เอื้ออำนวยต่อนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญชวนให้วิสาหกิจจีนเข้ามาใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนของประเทศไทย และลงทุนในอุตสาหกรรมมุ่งเป้าของไทย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรม BCG
ไทยและจีนยินดีที่การไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนสองประเทศได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว รัฐบาลได้ประกาศมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นระยะเวลา 5 เดือน
โดยในด้านความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทย และสภาประชาชนแห่งชาติจีนมีความใกล้ชิดมายาวนาน มีการแลกเปลี่ยนการเยือน และจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ นายกรัฐมนตรีจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับประธานสภาฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง) ณ เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน (Mr. Vladimir Putin) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้พบหารือกับประธานาธิบดีปูตินในวันนี้ เป็นโอกาสอันดีในการแสดงเจตจำนงร่วมกัน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยรัสเซียถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กับไทยมายาวนาน ทั้งสองฝ่ายเพิ่งฉลองครบรอบ 125 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเมื่อปี 2565 โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันเพิ่มพูนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและเป็นรูปธรรม
ประธานาธิบดีปูตินชื่นชมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยาวนานระหว่างไทยกับรัสเซีย พร้อมทั้งเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายควรเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีมากขึ้น โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนที่แน่นแฟ้นอย่างมาก โดยปี 2567 (ค.ศ. 2024) จะเป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย-รัสเซีย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวรัสเซียมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยมากกว่า 1 ล้านคน และนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่า ครม. (16 ตุลาคม 2566) มีมติเพิ่มวันพำนักให้ชาวรัสเซียจาก 30 วันเป็น 90 วัน
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นความร่วมมือที่สำคัญร่วมกัน ดังนี้
ด้านการเมือง ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาระหว่างบุคลากรสภาความมั่นคงของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นควรเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ฝ่ายรัสเซียส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน พร้อมทั้งเชิญชวนให้รัสเซียพิจารณาเพิ่มการลงทุนในไทย
นายกรัฐมนตรีได้เชิญประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางเยือนไทยซึ่งประธานาธิบดีตอบรับ โดยจะได้ร่วมกำหนดวันที่ทั้งสองฝ่ายสะดวกต่อไป

จากนั้นในเวลา 18.30 น. นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำโดยนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนและภริยาเป็นเจ้าภาพ ณ มหาศาลาประชาชน




