"นายกฯ" ยันไม่นิ่งนอนใจ "ฝุ่น PM 2.5" สั่งหน่วยงานเร่งแก้ไข เจรจาเพื่อนบ้านลดเผาซาก หากมีการนำเข้าพืชผลจะต้องถูกเก็บภาษี

รบ.ไม่นิ่งนอนใจ "ฝุ่น PM 2.5" พุ่ง หวังลดการเผาเศษซากพืชเกษตร - เก็บภาษีเอกชน
(13 ธ.ค. 66) เวลา 09.10 น. ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ 203 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพฯ ภายหลังการกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “SUSTAINABILITY FORUM 2024” เรื่อง Clean Energy for Thailand Economy through Sustainability นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝุ่น ขณะนี้รับทราบและรู้สึกเป็นห่วงค่าฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาซากพืชผลทางการเกษตรทั้งในต่างจังหวัดและเขตปริมณฑล รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ โดยรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือยอมแพ้ เราได้มีการ kick off ด้วยการรณรงค์ไม่เผาป่าหรือเผาซากพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะต้องพยายามบริหารจัดการต่อไป
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดูแล หาทางออกสำหรับปัญหานี้แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ปัญหาฝุ่นเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน ฉะนั้นทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการทำให้ค่าฝุ่นลดน้อยลง
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นจากประเทศเมียนมา ประเทศลาวนั้นเป็นเรื่องใหญ่ โดยเราได้มีการพูดคุยกับทางประเทศลาวตลอดเวลา ซึ่งประเทศไทยเองก็มีเอกชนเข้าไปทำการปลูกพืชในพื้นที่ของประเทศลาว ทั้งนี้ ถ้าพืชผลจากประเทศลาวที่จะนำเข้ามาขายในประเทศไทย หากพบว่ามีการเผาซากพืชผลทางการเกษตรที่ประเทศลาวจะต้องถูกเก็บภาษี ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดการเผาที่ไหน อย่างไร
โดยเราจะนำเงินส่วนนั้นมาช่วยหยุดการเผาป่าหรือการบำบัดซากพืชผลทางการเกษตร นำซากพืชผลเหล่านั้นไปทำลายให้ถูกวิธี อีกทั้งยังมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะยอมรับการเก็บภาษีส่วนนี้ เพราะเป็นปัญหาใหญ่ เจ้าของกิจการ พนักงาน ลูกหลาน ล้วนถูกผลกระทบจากอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ ส่วนเรื่องที่ประเทศเมียนมา ต้องให้ฝ่ายทหารเข้าไปพูดคุยด้วย เนื่องจากเมียนมานั้นมีปัญหาภายในประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจมีการพูดคุยกันตลอดเวลา




