“ราเมศ” เผยการเพิ่มองค์ประชุมสำรอง จะทำให้การประชุมเลือกหัวหน้า ปชป.สำเร็จลุล่วง

ข่าวเวิร์คพอยท์
“ราเมศ” เผยการเพิ่มองค์ประชุมสำรอง จะทำให้การประชุมเลือกหัวหน้า ปชป.สำเร็จลุล่วง

“ราเมศ” เผยการเพิ่มองค์ประชุมสำรอง จะทำให้การประชุมเลือกหัวหน้า ปชป.สำเร็จลุล่วง

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ว่า จากการประชุม กก.บห. พรรคชุดรักษาการ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ได้มีการพูดคุยในหลายประเด็น ทั้งในส่วนการเลือกตั้ง กก.บห. การจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ที่ขณะนี้ชัดเจนว่า จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดยเริ่มประชุมเวลา 8.30 น. 

นอกจากนี้ จากการที่มีสื่อนำเสนอข่าว เรื่องการกำหนดเพิ่มองค์ประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง จึงขอชี้แจงว่า ในการกำหนดเพิ่มองค์ประชุมนั้น ที่ประชุม กก.บห. ได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับพรรคที่ 88 (19) คือ ให้มีสมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งก็คือในการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือก กก.บห. พรรค พร้อมกับย้ำว่า ในการเพิ่มจำนวนองค์ประชุมนั้น ไม่ได้เป็นการแก้ไขข้อบังคับพรรค แต่เป็นการเพิ่มเติมองค์ประชุมที่เป็นสมาชิกพรรค และเป็นไปตามข้อบังคับพรรคทุกประการ 

โดยจำนวนที่ กก.บห. พรรคชุดรักษาการได้กำหนดคือ 150 คน ซึ่งมาเป็นการเปิดให้สมาชิกพรรคจากทุกภาคของประเทศ ที่เป็นสมาชิกมาจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 และได้เปิดให้สมัครเป็นองค์ประชุมสำรอง ใน 2 ช่องทาง ทั้งระบบออนไลน์ และเดินทางมาสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานใหญ่ โดยเริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ (18 พ.ย. 2566) จนถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.30 น. 

หลังจากนั้นพรรคได้รวบรวมรายชื่อ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 และประกาศรายชื่อองค์ประชุมสำรองทางเพจพรรค ในวันถัดไป(25 พ.ย.66) 

“ขอเชิญสมาชิกพรรคทุกภาค ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างกว้างขวาง ผมคิดว่า 150 คน เมื่อสมัครมาแล้ว การทำหน้าที่ในองค์ประชุมใหญ่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของพรรคการเมือง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

“ราเมศ” เผยการเพิ่มองค์ประชุมสำรอง จะทำให้การประชุมเลือกหัวหน้า ปชป.สำเร็จลุล่วง

นอกจากนี้ ยังได้พูดถึงเรื่ององค์ประชุมในการประชุมใหญ่วิสามัญว่า ตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 39 ได้กำหนดให้องค์ประชุมใหญ่ ต้องมีจำนวนรวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่า 250 คน ซึ่งข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนดองค์ประชุมไว้ทั้งหมด 19 กรณี โดยกรณีที่ 1 – 18 นั้น ได้กำหนดไว้จำนวน 346 คน แต่ กก.บห. ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อออกระเบียบเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์กติกา กรณีที่องค์ประชุมไม่ครบ 250 คน ก็จะมีการนำองค์ประชุมสำรอง ที่พรรคกำลังรับสมัคร จำนวน 150 คน เพิ่มให้ครบตามจำนวน 250 คน และให้เพิ่มอีก 10 คนเสมอ ซึ่งเป็นการกำหนดเพื่อให้การประชุมสามารถดำเนินการให้ความสำเร็จลุล่วงไปได้ 

“ผมเชื่อว่าการกำหนดเพิ่มองค์ประชุมสำรอง ได้เคยมีการทำมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้อาจมีเหตุผลพิเศษ เพราะการประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมาไม่ครบ ทำให้ต้องหาวิธีการเพื่อให้การประชุมสำเร็จลุล่วงไปได้ สำหรับสัดส่วนน้ำหนักคะแนนยังคงเป็นแบบ 70 : 30 เช่นเดิม เพราะยังไม่ได้มีการแก้ไข หรือของดเว้นจากสมาชิกพรรค” นายราเมศกล่าว 

ในส่วนของการเสนอชื่อเข้าชิงเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น 

นายราเมศ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้มีคุณสมบัติหลายคน ซึ่งทุกคนสามารถเข้าสู่การแข่งขันได้ ถือเป็นสีสันในการเลือกตั้ง หน.ปชป.ด้วย เมื่อได้หัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว เชื่อว่า จะเกิดการฟื้นฟูพรรคให้ก้าวไปข้างหน้า 

พร้อมกับเชื่อมั่นว่า ด้วยกระบวนการในการมีองค์ประชุมสำรอง ทำให้ไม่ห่วงเรื่ององค์ประชุมล่ม การเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคก็ได้ต่อไป แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร พรรคก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องพูดทุกเรื่อง สิ่งไหนที่รัฐบาลทำดี ก็ต้องเห็นด้วย แต่สิ่งไหนไม่ถูกต้อง ก็ต้องมีการติติง และบางเรื่องที่ฝ่ายค้านมืออาชีพจะต้องเก็บข้อมูลไว้ ทำให้ยังเปิดเผยสู่สาธารณะไม่ได้ จะต้องรอดูในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง