เคาะแล้ว “ดิจิทัลวอลเล็ต” 5 แสนล้าน ใช้งบ 67-68 ไม่ต้องกู้

ข่าวเวิร์คพอยท์

เคาะแล้ว “ดิจิทัลวอลเล็ต” ได้ใช้แน่ปีนี้ งบ 5 แสนล้านบาทใช้งบปี 67-68 และ ธกส. ไม่ต้องออก พ.ร.บ.กู้เงิน พร้อมเปิดเงื่อนไขคนได้เงิน-ร้านค้า

(10 เม.ย. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ครั้งที่ 3/2567 ถึงความชัดเจนของโครงการ รวมถึงแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้ในโครงการ

โดยระบุว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เงินหมุนเวียนในพื้นที่ บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และเกษตรกร สร้างโอกาสประกอบอาชีพ และให้เกิดนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเกิดผลต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยจะให้สิทธิ 50 ล้านคน ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต วงเงิน 5 แสนล้านบาท สามารถใช้จ่ายตามร้านค้าที่กำหนด คาดจะส่งผลต่อจีดีพีเพิ่มจากฐาน 1.2-1.8% โดยทางกระทรวงการคลังจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีต่อไปในช่วงเดือนนี้

สำหรับเรื่องของแหล่งที่มาของเงิน 5 แสนล้านบาทที่จะใช้ในโครงการ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่าจะมีที่มาจาก 3 ส่วน คือ

1. เงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท

2. การดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ จำนวน 172,300 ล้านบาท ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลกลุ่มเกษตรกร 17 ล้านคน ผ่านมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ของงบประมาณปี 2568 และ

3. การบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 175,000 ล้านบาท

รวมทั้งสิ้น 5 แสนล้านบาท ซึ่งหากไม่พอ สามารถดึงเงินจากงบกลางมาเพิ่มเติมได้ โดยยืนยันว่าเรื่องแหล่งเงินเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และ พ.ร.บ.เงินตรา และเป็นรูปแบบเงินบาทไม่ได้ใช้เงินสกุลอื่น ส่วนเงินที่ให้ ธ.ก.ส. จ่ายเกษตรกร รัฐบาลจะตั้งงบประมาณบวกดอกเบี้ยคืนตามรายได้งบประมาณที่เข้ามา และเป็นไปตามมาตรา 28 วินัยการเงินการคลัง ยืนยัน ธ.ก.ส. มีอำนาจหน้าที่ทำได้ และมีสภาพคล่องเพียงพอ

ในส่วนของเงื่อนไขการดำเนินงานนั้น แบ่งเป็น

1. กลุ่มเป้าหมาย 50 ล้านคน โดยกำหนดคุณสมบัติไว้ 3 ข้อ คือ 

1.1 อายุเกิน 16 ปี บริบูรณ์

1.2 มีเงินได้พึงประเมินต่อปีภาษีไม่เกิน 840,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 70,000 บาท

1.3 มีเงินฝากในธนาคารและสถาบันการเงินรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

2. เงื่อนไขการใช้จ่าย สามารถใช้จ่ายในะร้านขนาดเล็กตามกระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านปลีกขนาดเล็ก ตั้งภายนอกและในปั๊มน้ำมัน ฯลฯ ยกเว้นห้างค้าส่งขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ โดยสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ทุกชนิด ยกเว้น สินค้าอบายมุข น้ำมัน บริการ และออนไลน์ ฯลฯ และสินค้าอื่นตามที่กระทรวงพาณิชย์อาจมีการประกาศตามหลัง

3. ร้านค้าที่เข้าร่วมต้องเป็นร้านค้าในระบบภาษี ไม่ว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะผู้มีเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร (ประกอบอาชีพค้าขายเท่านั้น) หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ส่วนของการใช้วงเงิน จะมีการใช้ผ่านซูเปอร์แอป ที่รัฐบาลจะเป็นผู้พัฒนาเอง โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะพัฒนาให้สามารถใช้จ่ายร่วมกับธนาคารอื่นๆ ได้ ในลักษณะ open loop

ทั้งนี้สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จะไม่สามารถถอนเงินสดได้ในทันทีที่มีประชาชนมาใช้จ่ายวงเงินกับทางร้าน แต่สามารถถอนได้หลังนำเงินไปใช้ใช้จ่้ายกับร้านค้าด้วยกัน เพื่อลดความเสี่ยงทุจริตและให้มีผลต่อเศรษฐกิจ

โดยจะมีการเปิดให้ประชาชนและร้านค้าเข้าร่วมโครงการในช่วงไตรมาสที่ 3(ส.ค.-ก.ย.) ของปีนี้ และจะเริ่มจับจ่ายใช้วงเงินดิจิทัลวอลเล็ตได้ในช่วงไตรมาสที่ 4(ต.ค. - ธ.ค.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เคาะแล้ว “ดิจิทัลวอลเล็ต” 5 แสนล้าน ใช้งบ 67-68 ไม่ต้องกู้ | Workpoint News