“พิธา” ตรวจการบ้านรัฐบาล ผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง-ยังตัดเกรดไม่ได้

ข่าวเวิร์คพอยท์
“พิธา” ตรวจการบ้านรัฐบาล ผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง-ยังตัดเกรดไม่ได้

“พิธา” ตั้งโต๊ะวิเคราะห์ผลงานรัฐบาลหลังครบ 100 วัน บอกยังตัดเกรดไม่ได้เพราะรัฐบาลไม่มีโรดแม็ป แต่จากผลงานที่ผ่านมามีทั้งที่ผ่านและไม่ผ่าน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จที่ต้องชมเชย และข้อติติงที่ต้องแก้ไข

(15 ธ.ค. 66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล ตั้งโต๊ะแถลงข่าววิเคราะห์การดำเนินงาน 100 วัน แรกของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งทั้งข้อดี และข้อเสีย โดยก่อนการแถลงข่าวนายพิธา ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ได้มีบรรยากาศแบบนี้มานานขนาดไหนแล้ว

นายพิธา ระบุว่า ในเชิงของรัฐศาสตร์นั้น 100 วันแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก เพราะอย่างที่ทุกคนรู้ว่าการเมืองไม่มีเวลาฮันนีมูน โดยเฉพาะวิเคราะห์แบ่งเป็น 3 ประการ

ประการที่ 1  ก็คือการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสัญญาที่ให้กับประชาชนก่อนมาเป็นรัฐบาล

ประการที่ 2 ก็คือ โรดแม็ป 100 วันแรกในการที่จะตามงานหรือสั่งงาน 

ประการที่ 3 ก็คือการบริหารความคาดหวังความเชื่อมั่นนักลงทุนจากต่างประเทศ แต่ก็เข้าใจว่ามีข้อจำกัดเรื่องเวลาและงบประมาณแผ่นดิน 

โดยภาพย่อยขอแบ่งการวิเคราะห์เป็น 5 คิด คือ

1. คิดดี ทำได้ เช่น การช่วยเหลือแรงงาน และตัวประกันไทยที่ทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งก็ขอชื่นชมรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ

2. คิดไป ทำไป ก็คือเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมากับภาษีประชาชน 5 แสนล้านบาท ที่มีงานเปลี่ยนแปลงถึง 4 ครั้ง บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า คิดไปทำไป บอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูง และส่งผลกระทบต่อลูกหลานที่ต้องไปใช้หนี้ 

ตนคาดหวังแผน 2 หากดิจิทัลวอลเล็ต ไม่สามารถกระทำได้ หากยืนยันเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต ควรไม่มีอะไรต้องปรับเปลี่ยนอีกแล้ว รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ หากไม่ใช้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ตอนนี้รัฐบาลควรมีแผนสองได้แล้ว 

3. คิดสั้น (ยัง) ไม่คิดอย่าง ก็คือเรื่องของค่าครองชีพ ที่มีมาตรการระยะสั้น แต่ยังไม่เห็นมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ เช่นเรื่องของการลดค่าไฟฟ้า ให้อยู่ที่ 3 บาท 99 สตางค์ ต่อหน่วย หรือลดค่าโดยสาร รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ตอนนี้ยังไม่เห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ต้นลม 

4. คิดใหญ่ ทำเล็ก ก็คือเรื่องของซอฟพาวเวอร์ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำแล้วก็เป็นเรื่องที่ดี และมีความคล้ายคลึงกับนโยบายที่ก้าวไกลเคยเสนอไว้ ว่าคณะกรรมการซอฟพาวเวอร์ การเคาะงบประมาณ 5 พันล้านบาท สนับสนุน 11 อุตสาหกรรม หรือการทำเฟสติวัล Winter festival และสงกรานต์ตลอดเมษายน แต่สิ่งที่ควรจะเป็นคืออยากเห็นการเสนอแก้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ เพิ่มเสรีภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน หรือการแก้กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ เพื่อลดขั้นตอนขออนุญาตกองถ่ายหรือจัดเฟสติวัล หรือการสนับสนุนการรวมตัวของแรงงานฟรีแลนซ์ รวมไปแก้ถึงการแก้กฎกระทรวงสุราก้าวหน้า เป็นต้น

5. คิดอย่าง ทำอย่าง ก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่ชัดเจน โดยตอนหาเสียงบอกว่าจะทำประชามติทันที และเลือกตั้ง สสร. ทั้งหมด ที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะทำประชามติกี่รอบ หรือตั้งคำถามจะเป็นอย่างไร และไม่มีความชัดเจนว่าจะมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่

โดยความคาดหวังการทำงานของรัฐบาลในปีหน้า ที่รัฐบาลควรมี Strategic Roadmap ที่ชัดเจนที่ต้องการเห็นแผนการทำงานของรัฐบาล 1 ปี และต้องเป็นแผนที่ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามกับการทำงานของรัฐบาลได้ และมี KPI ที่ชัดเจน

เมื่อถามว่าจะให้ประเมินการทำงานของรัฐบาล ได้ประเมินไว้อย่างไร นายพิธา ยืนยันว่าประเมินไม่ได้ แต่จะเป็นการวิเคราะห์ เพราะไม่มีมีโรดแม็ปชัดเจนจึงประเมินไม่ได้ ซึ่งการวิเคราะห์ครั้งนี้ก็เป็นการวิเคราะห์แบบฝ่ายค้านเชิงรุกและวิเคราะห์แบบสร้าง ซึ่งก็จะจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีข้อดีอยู่หลายข้อ และทำได้ดี การทำงานที่ผ่านมามีทั้งผ่าน และไม่ผ่าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง