วิจารณ์หนาหู นโยบายใหม่จ่ายเงินเดือนข้าราชการเดือนละ 2 ครั้ง

ข้าราชการเฮไม่ออก ครม.เคาะมาตรการแบ่งจ่ายเงินเดือนเดือนละ 2 ครั้ง หวังช่วยบรรเทาทุกข์ข้าราชการชั้นผู้น้อยให้มีกระแสเงินเพียงพอทั้งเดือน ไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาหมุนใช้จ่าย ฝั่งข้าราชการบอกจะร้องไห้เงินเดือนแบ่งจ่าย แต่ยอดหนี้เข้าแบบเต็มๆ ก้อน!
(13 ก.ย. 66) จากการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ซึ่งมีการเคาะมาตรการสำคัญๆ เพื่อช่วยเหลือปัญหาปากท้องและกระตุ้นเศรษฐกิจหลายมาตรการ ทั้งการลดค่าไฟฟ้าเหลือ 4.10 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ที่เริ่มทันทีในรอบบิลเดือนกันยายนนี้ หรือเรื่องการลดราคาน้ำมันดีเซล เรื่องฟรีวีซ่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
แต่ขณะเดียวกันก็มีบางมาตรการที่เสียงตอบรับดูจะไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวัง โดยเพราะมาตรการเรื่องการแบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็นเดือนละ 2 งวด ที่คาดว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 1 ม.ค. 2567 โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าเป็นมาตรการที่มาจากการเล็งเห็นว่าการมีกระแสเงินสดไว้จับจ่ายใช้สอยนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และเชื่อว่า ถ้ามีการจ่ายเงินเดือน 2 รอบ จะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ไม่ต้องคอยให้ถึงสิ้นเดือนก่อน ถึงจะมีเงินแบ่งจ่ายออกมา ซึ่งเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยเหลือข้าราชการชั้นผู้น้อยได้
หลังจากเรื่องของมาตรการนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีเสียงวิจารณ์ตีกลับเข้ามาอย่างหนาหูว่าเป็นมาตรการที่ไม่ได้คำนึกถึงสภาพทางการเงินของข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยที่แท้จริง เนื่องจากแม้จะแบ่งจ่ายเงินเดือนเป็น 2 งวด แต่ภาระหนี้ต่างๆ ที่มีอยู่นั้นจำเป็นต้องจ่ายเป็นงวดรายเดือน ไม่ได้มีการแบ่งจ่ายทีละครึ่งเดือน และข้าราชการจำนวนมากมีภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนมากกว่า 30-50% ของเงินเดือนที่ได้รับ ถ้าได้รับเงินเดือนเป็นงวด จะทำให้การบริหารจัดการเงินในเดือนนั้นๆ ยากขึ้นไปอีก
ขณะที่ก็มีข้าราชการบางส่วนเสนอว่าปัญหาเรื่องกระแสเงินสดของข้าราชการนั้นต้นเหตุไม่ได้มาจากเรื่องการจ่ายเงิน 1 หรือ 2 งวด แต่มาจากเงินเดือนที่น้อย การปรับฐานเงินเดือนไม่ทันกับเงินเฟ้อและค่าครองชีพต่างหาก ถ้าจะแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย ควรหันไปมองเรื่องของมูลค่าเงินเดือนมากกว่า




