“สมรสเท่าเทียม” ผ่านฉลุย ไทยขึ้นแท่นประเทศแรกในอาเซียน
ผ่านแล้วตามคาด! สว.ยกมือสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียม ส่งไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน และประเทศที่ 3 ในเอเชีย ที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานระหว่างคู่สมรสเพศเดียวกัน คาดได้ใช้จริงปลายปีนี้
(18 มิ.ย. 67) นับว่าเป็นวาระการพิจารณากฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ ก้าวสำคัญในการต่อสู้เพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ สำหรับการประชุมวุฒิสภาในวันนี้ ที่มีวาระสำคัญอย่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งผ่านการพิจารณาในชั้น สส. และคณะกรรมาธิการวิสามัญ วุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว และเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 โดยวันนี้มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสืทธิความหลากหลายทางเพศเข้าร่วมการประชุมพิจารณาด้วย
โดยในระหว่างการประชุมวาระที่ 2 ได้เปิดให้สมาชิกวุฒิสภามีการอภิปรายแสดงความเห็นเกี่ยวกับมาตราต่างๆ ภายในพระราชบัญญัติที่ได้มีการแก้ไขแล้ว ซึ่งจากการลงคะแนนเสียงไม่มีการลงมติเพื่อขอให้แก้ไขมาตราในร่างกฎหมายฉบับนี้
จากนั้น พล.อ.สิงห์ศึก สิงไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกวุฒิสภาได้แสดงตน เพื่อลงมติในวาระที่ 3 โดยมีผู้เสียบบัตรแสดงตน 152 คน และมีผลโหวตเห็นชอบ 130 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 18 คน
ส่งผลให้ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมเข้าสู่กระบวนการรอที่จะตราเป็นกฎหมายในทันที โดยจะมีการนำร่างฯ ดังกล่าว ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหลังจากนั้นจะส่งต่อร่างเข้าไปที่คณะรัฐมนตรี ให่นายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้ทูลเกล้าฯ จากนั้นอีก 120 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฏหมายสมรสเท่าเทียมจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ศึกคาดว่าจะทันภายในสิ้นปี 2567 นี้
การลงมติครั้งประวัติศาสตร์นี้ ทำให้ประเทศไทยกลายมาเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ถัดจากเนปาลและไต้หวัน ที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกัน




