"ชาดา" มาเอง บุกกองเพลิงช่วย "ป้าเล็ก"

"ชาดา" มาเอง บุกกองเพลิงช่วย "ป้าเล็ก"

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ มาเองรุดเข้าช่วย ป้าเล็ก ในกองเพลิงด้านป้าเล็ก กำมือ ชาดา แน่นรู้สึกขอบคุณจนน้ำตาไหลออกมา

เวลา 11.00 น.วันที่ 30 ตุลาคม 2566 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองอุทัยธานีและตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานีได้รับแจ้งเหตุมีไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลให้เกิดไหม้ซึ่งเป็นตึก 3 ชั้น บ้านเลขที่ 291/7 ถนนวงศาโรจน์ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เลยร้านอาหารนายโต้งไปประมาณ 200 เมตร ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองอุทัยธานีนั้นระดมกำลังกว่า 100 นายและรถดับเพลิงกว่า 10 คันเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กับลังลุกไหม้มีควันไฟนั้นลอยฟุ้งจนดำมืดไปหมด โดยมีคนอยู่ในบ้าน 2 คน ซึ่งสองสามีภรรยากัน โดยนายณัฐนัย เจงสุวรรณ อายุ 76 ปี ออกมาจากตัวตึกได้ก่อนด้วยความตกใจกลัวแล้วตะโกนว่า ภรรยาก็คือนางสายใจ ปริกสุวรรณ นั้นยังอยู่ที่ก้องนอนชั้น 3 ซึ่งนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังต้อนรับนักท่องเที่ยวในงานประเพณีตักบาตรเทโวอยู่ที่บริเวณห้าแยกวิทยุซึ่งมีการแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง พอทราบเรื่องจึงรีบมาทั้งชุดผ้าไหมไทยสีเขียวอ่อน และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคภูมิใจไทยเขต 1 อุทัยธานีซึ่งเป็นหลานชายของนายชาดา นั้นมาช่วยดับเพลิงอยู่ก่อนหน้านี้กับพนักงานดับเพลิงแล้ว จากนั้นก็สั่งการให้นักดับเพลิงนั้นเร่งฉีดน้ำอย่างเร่งด่วนเพราะไฟนั้นเริ่มที่จะลามแล้วมีควันเยอะมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ช่วยกันฉีดน้ำ แล้วก็ทราบว่ามีหญิงวัยชราอยู่ติดอยู่บนชั้น 3 ของตัวตึกจึงให้ทางเข้าหน้าที่นั้นรีบเข้าไปยังตัวชั้น 3 เพื่อนำตัวป้าเล็กออกมา จากนั้นนายชาดาและนายเจเศรษฐ์เห็นว่านานแล้วควันไฟนั้นก็เยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วเกรงว่าป้าเล็กนั้นจะสำลักควันจนขาดอากาศหายไปทั้งสองคนก็เข้าไปยังชั้นล่างซึ่งทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนั้นก็นำตัวป้าเล็กมายังชั้นหนึ่งพอดี นายชาดาและนายเจเศรษฐ์นั้นก็เข้าไปอย่างไม่กรงว่าจะอันตรายเดินเข้าไปในกลุ่มควันไฟทั้งสองคนกับเจ้าหน้าที่ประครองป้าเล็กออกมาท่ามกลางสายตาคนที่มาดูเหตุการณ์และต่างก็ถ่ายรูปไว้อีกด้วยเพื่อโพสในโลกโซเชียลเพื่อชื่นชมนายชาดาและนายเจเศรษฐ์ และต่างก็ดีใจมากที่เห็นว่าสองสามีภรรยานั้นปลอดภัยไม่เป็นอะไรเลยแต่มีอาการตกใจกลัวอย่างสุดขีดซึ่งนายชาดานั้นนำตัวของป้าเล็กให้มานั่งเก้าอี้หน้าตึกที่เกิดเหตุซึ่งป้าเล็กนั้นดีใจและรู้สึกทราบซึ้งจนคว้ามือของนายชาดามาจับไว้ โดยนายชาดานั้นปลอบใจป้าเล็กว่าไม่เป็นอะไรแล้วนะแล้วก็นำน้ำมาให้ป้าเล็กหรือนางสายใจกับนายณัฐนัยผู้เป็นสามีดื่มจากนั้นทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็นำตัวทั้งสองคนไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยป้าเล็กนั้นมีอาการสำลักควันไฟแล้วก็ตกใจเท่านั้นไม่มีอันตรายอะไร

ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่เข้ามาดูสถานที่สันนิฐานว่าไฟฟ้านั้นลัดวงจรจากชั้นล่างเพราะตัวตัวอาคารนี้ผ่านการใช้งานมาหลายปีแล้วและเคราะห์ดีที่ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนั้นเร่งดับไฟก่อนที่จะลุกลามไหม้ทั้งตัวตึก

"ชาดา" มาเอง บุกกองเพลิงช่วย "ป้าเล็ก"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง